คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3887/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับโอนทรัพย์สินของผู้ตายภายหลังผู้ตายถึงแก่ความตายไปแล้ว ไม่จำเป็นว่าผู้รับโอนจะไม่ได้กรรมสิทธิ์เสมอไป เพราะผู้รับโอนอาจได้รับโอนทรัพย์สินนั้นมาจากทายาทของผู้ตายก็ได้.
ย่อคำพิพากษา
การรับโอนทรัพย์ของผู้ตายภายหลังเจ้าของทรัพย์ตายแล้ว ไม่แน่เสมอไปว่าผู้รับโอนจะไม่ได้กรรมสิทธิ์เพราะอาจได้รับโอนทรัพย์มาจากทายาทของผู้ตายก็ได้
จำเลยมีทะเบียนรถแสดงว่าได้รับโอนรถจักรยานยนต์คันพิพาท จากเจ้าของ ก่อนนำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปจำเลยบอกกับโจทก์ว่ารถจักรยานยนต์เป็นของจำเลยและเอาทะเบียนรถให้ดู เมื่อพนักงานสอบสวนเรียกจำเลยไปพบจำเลยก็นำทะเบียนรถไปแสดง พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่ารถจักรยานยนต์คันพิพาทเป็นของตน และเอารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปจากความครอบครองของโจทก์โดยขาดเจตนาทุจริต จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักเอารถจักรยานยนต์ของนางอภิญญาซึ่งอยู่ในความครอบครองของโจทก์ไป โดยทุจริต โดยจำเลยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่า จำเลยรับโอนรถจักรยานยนต์คันพิพาทมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะรับโอนมาหลังจากเจ้าของเดิมตายไปแล้วเป็นการรับโอนมาจากผู้ที่สิ้นสภาพบุคคล ไม่มีตัวตน จำเลยยังไม่เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์คันพิพาท จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง ฯลฯ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยได้รับโอนรถจักรยานยนต์คันพิพาทมาหลังจากเจ้าของเดิมตายแล้ว แต่จำเลยรับโอนมาจากทายาทของผู้ตายก็ได้การรับโอนทรัพย์ของผู้ตายภายหลังเจ้าของทรัพย์ตายแล้วจึงไม่แน่เสมอไปว่าผู้รับโอนจะไม่ได้กรรมสิทธิ์ แต่ไม่ว่าจำเลยจะเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์คันพิพาทหรือไม่ จากข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมาฟังได้ว่า จำเลยมีทะเบียนรถแสดงว่าได้รับโอนรถจักรยานยนต์คันพิพาทจากเจ้าของก่อนที่จะนำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไป จำเลยบอกกับโจทก์ว่ารถจักรยานยนต์เป็นของจำเลย และเอาทะเบียนรถให้ดู เมื่อพนักงานสอบสวนเรียกจำเลยไปพบ จำเลยก็นำทะเบียนรถไปแสดงต่อพนักงานสอบสวนแสดงให้เห็นว่าจำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่ารถจักรยานยนต์คันพิพาทเป็นของตนและเอารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปจากความครอบครองของโจทก์โดยขาดเจตนาทุจริต จำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3887/2529
นางบุญส่ง ขันชะลี โจทก์
นายอภิชาต ฉัตรธนาธรรม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางบุญส่ง ขันชะลี · จำเลย - นายอภิชาต ฉัตรธนาธรรม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายชวลิต ยงพาณิชย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร เดชศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา