⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3965/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3965/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างลูกจ้างที่อยู่ระหว่างทดลองงาน แม้จะให้มีผลเมื่อพ้นกำหนดเวลาทดลองงานไปแล้ว หากเป็นการแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบล่วงหน้าภายในกำหนดเวลาทดลองงาน ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าซ้ำอีก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานโดยให้โจทก์ทดลองปฏิบัติงานเป็นเวลา 180 วัน ต่อมาจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์เพราะผลของการทดลองงานไม่เป็นที่พอใจจำเลย โดยให้การเลิกจ้างมีผลเมื่อพ้นกำหนดเวลาทดลองปฏิบัติงาน 180 วันไป 2 วัน แม้จะเพื่อประโยชน์หรือให้เป็นผลดีแก่ลูกจ้างเพียงใดก็ถือไม่ได้ว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ในขณะที่ยังอยู่ในระยะเวลาทดลองปฏิบัติงาน กรณีไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ฯ ข้อ 46 วรรคท้าย แต่เมื่อจำเลยบอกเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากผลของการทดลองงานไม่เป็นที่พอใจและจำเลยได้บอกเลิกจ้างภายในกำหนดระยะเวลาทดลองงานโดยได้แจ้งเป็นหนังสือให้โจทก์ทราบล่วงหน้าแล้ว แม้จะให้มีผลเลิกจ้างเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาทดลองงานไปแล้ว ก็ไม่อยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 จำเลยจึงไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าซ้ำอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำโดยให้ทดลองงานมีกำหนด ๑๘๐ วัน ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด และไม่บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าโดยให้เหตุผลว่าไม่ผ่านการทดลองงาน ขอให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยเคยแจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓ ครั้ง ว่าไม่สามารถจ้างเกินกำหนดเวลาทดลองงานได้ ครั้งสุดท้ายได้แจ้งให้โจทก์ทราบเมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๒๘ ว่าจะเลิกจ้างในสัปดาห์ถัดไป คือวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๒๘ อันเป็นวันจะครบกำหนดการทดลองปฏิบัติงาน ๑๘๐ วัน ถือได้ว่าจำเลยได้แจ้งเลิกจ้างให้โจทก์ทราบล่วงหน้าถูกต้องแล้ว การที่จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างให้มีผลในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๘ อันเป็นวันอาทิตย์ก็เพื่อให้โจทก์ได้เงินเดือนเต็มครึ่งเดือน มิได้เปลี่ยนเจตนาการเลิกจ้างโจทก์ในวันสุดท้ายของการทดลองงานแต่อย่างใด จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานเมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๒๘ โดยให้ทดลองปฏิบัติงานมีกำหนด ๑๘๐ วัน ก่อนครบกำหนดระยะเวลาทดลองปฏิบัติงานคือเมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๒๘ จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยให้มีผลเป็นการเลิกจ้างในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๘ จึงเป็นระยะเวลาที่โจทก์ให้มีผลในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๘ เกินกำหนดทดลองปฏิบัติงาน ๑๘๐ วันไป ๒ วัน จำเลยจึงต้องรับผิดชอบจ่ายเงินตามฟ้องให้แก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานนั้นเป็นกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างเข้าทำงานเพื่อทดสอบความรู้ความสามารถและผลงานก่อน หากผลของการทดลองปฏิบัติงานเป็นที่พอใจของนายจ้าง นายจ้างก็จะรับเข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำ หากผลงานไม่เป็นที่พอใจ นายจ้างก็จะเลิกจ้างลูกจ้าง ข้อตกลงแห่งสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นไปตามนัยดังกล่าว ดังนั้นเมื่อปรากฏว่าผลงานของโจทก์ไม่เป็นที่พอใจของจำเลย จำเลยย่อมมีสิทธิเลิกจ้างได้ จะถือว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมหาได้ไม่ ส่วนปัญหาเรื่องค่าชดเชย เห็นว่าตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๖ วรรคท้าย ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วกำหนดกรณีที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ในระยะเวลาทดลองปฏิบัติงานโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยไว้ว่า "ความในข้อนี้มิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างประจำที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น หรือลูกจ้างประจำที่นายจ้างให้ทราบเป็นหนังสือแต่แรกว่าให้ทดลองปฏิบัติงานในระยะเวลาไม่เกิน ๑๘๐ วัน และยังอยู่ในเวลานั้น" คำว่ายังอยู่ในระยะเวลานั้น ย่อมหมายถึงนายจ้างเลิกจ้างในระหว่างทดลองปฏิบัติงาน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เกินกำหนดเวลาทดลองปฏิบัติงานไป ๒ วัน แม้การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เกินกำหนดระยะเวลาทดลองปฏิบัติงานดังกล่าว จะเพื่อประโยชน์หรือให้เป็นผลดีแก่ลูกจ้างเพียงใดก็ตามก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ในขณะที่ยังอยู่ในระยะเวลาทดลองปฏิบัติงาน กรณีจึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นดังกล่าวที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ซึ่งมีสิทธิได้รับค่าชดเชย ๓๐ วัน ของค่าจ้างอัตราสุดท้ายเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ด้วยนั้น เห็นว่า เหตุที่จำเลยบอกเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากผลของการทดลองงานไม่เป็นที่พอใจจำเลย และจำเลยได้บอกเลิกจ้างภายในกำหนดระยะเวลาทดลองงาน๑๘๐ วัน โดยได้แจ้งเป็นหนังสือให้โจทก์ทราบล่วงหน้าเมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๒๘ แม้การบอกกล่าวจะให้มีผลเลิกจ้างนับตั้งแต่วันที่ ๑๕ กันยายน ซึ่งเป็นวันพ้นกำหนดระยะเวลาทดลองงานไปแล้ว ก็ไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๒ จำเลยจึงไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าซ้ำอีก พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3965/2529 นายสุรสิทธิ์ เหมตะศิลป โจทก์ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุรสิทธิ์ เหมตะศิลป · จำเลย - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายปรีชา บุญญานันต์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6877/2544ฎีกา 3371/2527ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 144/2535ฎีกา 1343/2526ฎีกา 2104-2105/2525ฎีกา 1013/2533ฎีกา 1961/2543ฎีกา 2314/2525ฎีกา 3117/2529ฎีกา 2599/2541ฎีกา 654/2536ฎีกา 4800/2534ฎีกา 2572/2541ฎีกา 271/2525ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 3583/2524ฎีกา 3995-4017/2542ฎีกา 2/2543ฎีกา 584/2536ฎีกา 3362/2529ฎีกา 2911/2524ฎีกา 260/2529ฎีกา 2411-2415/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา