คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4144/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิพากษาลงโทษจำเลยต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องเท่านั้น แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ หากข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามที่ฟ้อง ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่าจำเลยโฆษณาหมิ่นประมาทผู้เสียหายด้วยข้อความอย่างไรเท่านั้น หาได้บรรยายว่าการโฆษณาข้อความดังกล่าวในฟ้องเป็นการแสดงอย่างเคลือบคลุมว่าได้มีความเสื่อมโทรมเลวทรามหรือผิดร้ายเสียหายในกรมเจ้าท่าโดยไม่แสดงว่าเป็นเรื่องใดข้อใดไม่ จึงถือไม่ได้ว่าฟ้องได้บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดในข้อหาตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 42 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 2 (4) แม้โจทก์จะมีคำขอให้ลงโทษตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวและจำเลยให้การรับสารภาพก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ เพราะจะเป็นการพิพากษานอกไปจากข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคแรก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖, ๓๒๘, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๑ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๗, ๘ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๒ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๒, ๕ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยทั้งสองขอถอนคำให้การเดิมที่ปฏิเสธกลับให้การรับสารภาพ ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ ศาลชั้นต้นจึงจำหน่ายคดีเฉพาะข้อหาหมิ่นประมาท แล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๒ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๒(๔), ๕ พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘ วรรค ๒ จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุกกระทงละ ๓ เดือน ปรับ ๕,๐๐๐ บาท รวม ๕ กระทงจำคุกคนละ๑ ปี ๓ เดือน ปรับ ๒๕,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้คนละ ๒ ปี
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะความผิดตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๒ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๒(๔), ๕ พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่าจำเลยโฆษณาหมิ่นประมาทพลเรือตรีประกิจผู้เสียหายด้วยข้อความอย่างไรเท่านั้น หาได้บรรยายว่าการโฆษณาข้อความดังกล่าวในฟ้องเป็นการแสดงอย่างเคลือบคลุมว่าได้มีความเสื่อมโทรมเลวทรามหรือผิดร้ายเสียหายในกรมเจ้าท่า โดยไม่แสดงว่าเป็นเรื่องใดข้อใดไม่ จึงถือไม่ได้ว่าฟ้องได้บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดในข้อหาตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๒ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๒(๔)แม้โจทก์จะมีคำขอให้ลงโทษตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวและจำเลยให้การรับสารภาพก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ เพราะจะเป็นการพิพากษานอกไปจากข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคแรก
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4144/2529
พนักงานอัยการศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์
นายสมชาย ฤกษ์ดี หรือเบิ้ม บางเบิด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการศาลแขวงพระนครใต้ · จำเลย - นายสมชาย ฤกษ์ดี หรือเบิ้ม บางเบิด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ · คำนึง อุไรรัตน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครใต้ - นายสมชัย จึงประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายจเร อำนวยวัฒนา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา