⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4828/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4828/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนสมรส แต่ต้องถือตามความเป็นจริง และพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันที่ไม่มีผู้สืบสันดานและบิดามารดาถึงแก่กรรมแล้ว มีสิทธิเป็นทายาทลำดับที่ 3 และมีอำนาจฟ้องเรียกค่าปลงศพได้

ย่อคำพิพากษา

การเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันโดยชอบด้วยกฎหมายบิดามารดาไม่จำต้องจดทะเบียนสมรสกัน แต่ต้องถือตามความเป็นจริง ช.ผู้ตายเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์ ไม่มีผู้สืบสันดานและบิดามารดาก็ถึงแก่กรรมแล้ว โจทก์เป็นทายาทลำดับ 3 ของ ช.ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 และเป็นผู้จัดการศพของ ช.จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าปลงศพจากผู้ต้องรับผิดฐานกระทำละเมิดเป็นเหตุให้ ช.ตาย โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นพี่ชายและพี่สาวของ ช.ร่วมบิดามารดาเดียวกัน โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายจากการกระทำละเมิดของลูกจ้างของจำเลย คือ ค่าปลงศพ ค่ารถจักรยานยนต์ของโจทก์ที่ 1 โดยระบุค่าเสียหายแต่ละรายการมาด้วยว่าเป็นจำนวนเงินเท่าใด ขอให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายดังกล่าวเป็นการบรรยายว่าโจทก์ฟ้องในฐานะทายาทซึ่งเป็นผู้ปลงศพ ช.ผู้ตาย และในฐานะที่โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์คันที่ได้รับความเสียหายจากผลแห่งละเมิดว่าต้องเสียหายอย่างไรบ้าง ฟ้องโจทก์จึงชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างแห่งข้อหา โดยไม่จำเป็นต้องบรรยายในรายละเอียดและแสดงหลักฐานมาในฟ้องว่าได้ใช้จ่ายอะไรไปบ้าง เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์ต้องนำสืบในชั้นพิจารณา ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.443 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1629

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นพี่ร่วมบิดามารดาเดียวกันนายเชาวลิต แซ่โง้ว บิดามารดาถึงแก่กรรมแล้ว โจทก์ทั้งสองอุปการะเลี้ยงดูนายเชาวลิตและนายเชาวลิตอยู่ร่วมครอบครัวเดียวกับโจทก์ที่ ๒ ตลอดมา นายบุญ หรือเปี๊ยก หรือจะแกลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ ด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ชนรถจักรยานยนต์ของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งนายเชาวลิตเป็นผู้ขับและนางลาวัลย์ เจริญพิทยา นั่งซ้อนท้ายสวนทางมาชนรถจักรยานยนต์หักพังใช้ประโยชน์ไม่ได้ นายเชาวลิตและนางลาวัลย์ ถึงแก่ความตายโจทก์เสียค่าปลงศพนายเชาวลิต เป็นเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท ค่ารถจักรยานยนต์ ๓๐,๐๐๐ บาท ขอให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายดังกล่าวพร้อมทั้งค่าขาดไร้อุปการะเป็นเวลา ๒๐ ปีรวมเป็นเงิน ๗๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การว่า โจทก์ทั้งสองไม่ใช่พี่ร่วมบิดามารดาเดียวกับนายเชาวลิต โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่มีสิทธิและหน้าที่ใด ๆ ให้ฟ้องได้ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะมิได้บรรยายว่าโจทก์ทั้งสองมีสิทธิและหน้าที่ต่อนายเชาวลิตอย่างไร ใครเป็นผู้เสียหายที่แท้จริงจำเลยทั้งสองต้องชำระค่าเสียหายให้ผู้ใดเป็นจำนวนเท่าใด ทั้งยังไม่แสดงหลักฐานรายการความเสียหายมาในฟ้อง ทำให้จำเลยไม่เข้าใจสภาพแห่งข้อหา นายบุญหรือเปี๊ยก หรือจะแก มิได้เป็นลูกจ้างของจำเลยทั้งสองและมิได้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยทั้งสอง เหตุเกิดขึ้นเพราะความประมาทของนายเชาวลิตหรือนายเชาวลิตมีส่วนประมาทร่วมด้วย โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระค่าปลงศพและค่าซ่อมแซมรถจักรยานยนต์รวมเป็นเงิน ๗๘,๑๑๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันกระทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์ครบถ้วน คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยที่ ๑ ใช้เป็นเงิน ๖๘,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า บิดามารดาของโจทก์ทั้งสองและนาวเชาวลิตจะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่ ไม่ใช่สาระสำคัญที่จะทำให้ความเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาของโจทก์ทั้งสองและนายเชาวลิตเปลี่ยนแปลงไปเพราะกฎหมายมิได้กำหนดว่า การเป็นพี่น้องร่วมบิดาเดียวกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องให้บิดามารดาจดทะเบียนสมรสกันด้วย จึงต้องถือความเป็นพี่น้องกันตามความเป็นจริง ฉะนั้น เมื่อบิดามารดาถึงแก่กรรมและนายเชาวลิตไม่มีผู้สืบสันดาน โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทลำดับ ๓ ของนายเชาวลิตผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๙ จึงเป็นผู้จัดการศพของนายเชาวลิตและมีอำนาจฟ้อง ให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันได้แก่ค่าปลงศพ เพราะเหตุที่ลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ชนนายเชาวลิตถึงแก่ความตายได้ ส่วนฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายฟ้องให้ชัดแจ้งว่ามีสิทธิฟ้องคดีอย่างไร และไม่มีหลักฐานใดแสดงมาในฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์คันที่เสียหายนั้น ก็ปรากฏตามฟ้องของโจทก์ทั้งสองแล้วว่าโจทก์ทั้งสองเป็นพี่ชาย และพี่สาวนายเชาวลิต แซ่โง้ว ร่วมบิดามารดาเดียวกัน และโจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายจากการกระทำละเมิดของลูกจ้างของจำเลยทั้งสอง คือ ค่าปลงศพค่ารถจักรยานยนต์ของโจทก์ที่ ๑ โดยระบุค่าเสียหายแต่ละรายการมาด้วยว่าเป็นจำนวนเงินเท่าใด ขอให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายดังกล่าว เป็นการบรรยายว่าโจทก์ฟ้องในฐานะทายาทซึ่งเป็นผู้ปลงศพนายเชาวลิต ผู้ตาย และในฐานะที่โจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์คันที่ได้รับความเสียหายจากผลแห่งละเมิดว่าต้องเสียหายอย่างไรบ้าง ฟ้องของโจทก์จึงชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างแห่งข้อหา โดยไม่จำเป็นต้องบรรยายในรายละเอียดและแสดงหลักฐานมาในฟ้องว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้าง เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์ต้องนำสืบในชั้นพิจารณาอยู่แล้วฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4828/2529 นายเกียรติศักดิ์ แซ่โง้ว กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามมิตรขนส่ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเกียรติศักดิ์ แซ่โง้ว กับพวก · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามมิตรขนส่ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายประเสริฐ เขียนนิลศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายศรีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 272/2490ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 689/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา