⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 751/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 751/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ต่อเนื่องกันและมีการตกลงร่วมกันมาก่อน ผู้กระทำทุกคนต้องรับผิดในผลของการกระทำของแต่ละคน.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ร่วมถูกจ. ใช้ไม้ตีที่ท้ายทอย1ทีเซถลาไปจำเลยใช้ไม้ตีที่ใบหน้าโจทก์ร่วม1ทีจากนั้นอ. และชายอีกคนหนึ่งเข้ารุมชกต่อยโจทก์ร่วมจนล้มลงเมื่ออ. พูดว่าพอแล้วบุคคลเหล่านั้นก็เลิกชกต่อยและพากันวิ่งหนีไปทางหลังโบสถ์เช่นนี้เป็นการกระทำที่ติดต่อกันในลักษณะที่ได้มีการตกลงกระทำการร่วมกันมาก่อนแล้วจำเลยจะต้องรับผิดในผลของการกระทำแต่ละคนร่วมกัน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกอีก 3 คน ได้ร่วมกันลักทรัพย์ของโจทก์ร่วมไปโดยทุจริต โดยร่วมกันใช้ไม้เป็นอาวุธตีทำร้ายและใช้มือชกต่อยประทุษร้ายโจทก์ร่วมจนได้รับบาดเจ็บสาหัส อันเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง และวรรคสามและมาตรา 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 และ 83 จำคุก 4 ปี ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 3 ปี คำขออื่นให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ให้จำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่นายทองจันทร์เบิกความว่า ขณะพยานเดินกลับจากวัด เลยร้านอาหารที่เกิดเหตุไปประมาณ 7 เมตร เห็น จ.ซึ่งเป็นคนรู้จักกันดีมาก่อนใช้ไม้ระแนงตีที่ท้ายทอยโจทก์ร่วม 1 ทีโจทก์ร่วมเซถลาไปข้างหน้าแต่ยังไม่ล้ม ทันใดนั้นจำเลยใช้ไม้ตีที่ใบหน้าของโจทก์ร่วม 1 ที จากนั้น อ. และชายอีกคนหนึ่งเข้ารุมชกต่อยโจทก์ร่วมจนล้มลง อ. พูดว่าพอแล้ว คนเหล่านั้นก็เลิกชกต่อยและพากันวิ่งหนีไปทางหลังโบสถ์วัดทองศาลางาม ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ จ. และจำเลยใช้ไม้ตีโจทก์ร่วมคนละทีและมี อ. กับชายอีกคนหนึ่งเข้ารุมชกต่อยโจทก์ร่วม เป็นการกระทำที่ติดต่อกันในลักษณะที่ได้มีการตกลงกระทำการร่วมกันมาก่อนแล้ว จำเลยจะต้องรับผิดในผลของการกระทำแต่ละคนร่วมกัน เมื่อโจทก์ร่วมต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 7-8 วัน แล้วกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านอีกประมาณ 1 เดือน จึงไปทำงานได้ปกติประกอบกับบาดแผลที่โจทก์ร่วมได้รับมีที่ท้ายทอย ดั้งจมูกโลหิตไหลออกมาก แขนขวาท่อนล่างหัก ใบหน้าและคอช้ำบวม จึงฟังได้ว่าโจทก์ร่วมบาดเจ็บสาหัส จำเลยย่อมมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วมบาดเจ็บสาหัส...ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 751/2529 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย สมหมาย แซ่เตียว โจทก์ นาย ชาญณรงค์ หรือ ตุ้ย สิงหเสนี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย สมหมาย แซ่เตียว · จำเลย - นาย ชาญณรงค์ หรือ ตุ้ย สิงหเสนี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์ · อำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มาสำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 643/2531ฎีกา 215/2556ฎีกา 4547/2530ฎีกา 2491-2493/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ