⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2439/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2439/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่ช่วยขนสุราที่ถูกลักไปแล้ว ไม่ถือว่าเป็นตัวการร่วมในการลักทรัพย์นั้น

ย่อคำพิพากษา

ส. พาจำเลยไปขนสุราซึ่งกองอยู่หน้าโรงเก็บสินค้าล.ที่ส. เป็นลูกจ้างอยู่มิได้ไปขนสุราจากโรงเก็บสินค้าก.และโรงเก็บสินค้าพ. ที่ผู้เสียหายนำสุราไปเก็บรักษาไว้แสดงว่าส. ลักสุราของผู้เสียหายและขนสุราดังกล่าวออกจากโรงเก็บสินค้าก. ไปเก็บไว้ที่โรงเก็บสินค้าล. ตอนที่จำเลยไปช่วยขนสุราของผู้เสียหายจึงเป็นเวลาที่ส. ลักสุราของผู้เสียหายเสร็จแล้วจำเลยจึงมิได้เป็นตัวการร่วมกับส. ลักทรัพย์ สุราของกลางแม้จะมีสารชนิดหนึ่งซึ่งทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการปวดศีรษะแต่ก็เป็นสุราที่ผลิตโดยได้รับอนุญาตจึงมิใช่สุราที่ผู้ใดมีไว้เป็นความผิดและสุราดังกล่าวก็เป็นของผู้เสียหายผู้เสียหายจึงมีอำนาจร้องทุกข์และคดีที่จำเลยถูกกล่าวหาเป็นคดีความผิดต่ออาญาแผ่นดินมิใช่คดีความผิดต่อส่วนตัวพนักงานสอบสวนก็มีอำนาจสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา121วรรคหนึ่งถึงแม้ผู้เสียหายจะมิได้ร้องทุกข์ก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.121 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,336 ทวิ, 83, 91 และให้จำเลยคืนสุราหงษ์ชัยในส่วนที่ยังไม่ได้คืน หรือชดใช้ราคาเป็นเงิน 960,648 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลย ให้การ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3)(7) ประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิจำคุก 6 ปี ให้จำเลยร่วมกันคืนสุราหงษ์ชัยที่ยังไม่ได้คืนหรือใช้ราคารวมเป็นเงิน 960,648 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลย อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษจำคุก 2 ปีคำให้การของจำเลยชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ในการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ให้จำเลยใช้ราคาสุราหงษ์ชัยขนาดบรรจุขวด0.75 ลิตร 585 ขวด กับขนาดบรรจุขวด 4.5 ลิตร 7 ขวด เป็นเงิน55,200 บาท แก่ผู้เสียหาย โจทก์ และ จำเลย ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีคนร้ายร่วมกันงัดฝากระดานโรงเก็บสินค้าเกียรติดำรง แล้วลักเอาสุราหงษ์ชัยของบริษัทสุรามหาทิพย์ จำกัด ผู้เสียหาย ที่อยู่ในความครอบครองของนายเกียรติคุณ จินตนกุล เจ้าของโรงเก็บสินค้าเกียรติดำรงไป ต่อมาวันที่ 3 มิถุนายน 2536 เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยสุราหงษ์ชัย ขนาดบรรจุขวด 0.75 ลิตร 216 ขวด และขนาดบรรจุขวด 4.5 ลิตร 11 ขวด ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่าจำเลยเข้าไปลักเอาสุราของผู้เสียหายออกมาจากโรงเก็บสินค้าเกียรติดำรงแต่อย่างใด ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยร่วมกับนายสมบูรณ์ขนสุราของผู้เสียหาย เมื่อถูกจับจำเลยก็รับว่าร่วมกับนายสมบูรณ์ลักทรัพย์ของผู้เสียหายจริงนั้นเห็นว่า นายสมบูรณ์พาจำเลยไปขนสุราซึ่งกองอยู่หน้าโรงเก็บสินค้าเลิศพัฒนา ซึ่งนายสมบูรณ์เป็นลูกจ้างโรงเก็บสินค้าเลิศพัฒนาดังกล่าว มิได้ไปขนสุราจากโรงเก็บสินค้าเกียรติดำรงและโรงเก็บสินค้าพาณิชย์เจริญที่ผู้เสียหายนำสุราไปเก็บรักษาไว้แต่อย่างใด แสดงว่านายสมบูรณ์ลักสุราของผู้เสียหายและขนสุราดังกล่าวออกจากโรงเก็บสินค้าเกียรติดำรงไปเก็บไว้ที่โรงเก็บสินค้าเลิศพัฒนาที่นายสมบูรณ์เป็นลูกจ้างอยู่ การที่จำเลยไปช่วยขนสุราของผู้เสียหายจึงเป็นเวลาที่นายสมบูรณ์ลักทรัพย์สุราของผู้เสียหายเสร็จแล้ว จำเลยจึงมิได้เป็นตัวการร่วมกับนายสมบูรณ์ลักทรัพย์ ที่โจทก์ฎีกาว่า ชั้นจับกุมจำเลยให้การรับสารภาพฐานลักทรัพย์ เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับบันทึกว่าได้กล่าวหาผู้ต้องหาว่าลักทรัพย์รับของโจร สอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยให้การรับสารภาพฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นจำเลยก็มิได้ให้การรับสารภาพฐานลักทรัพย์พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรหรือไม่ จำเลยฎีกาข้อแรกว่า สุราของกลางมีสารที่ทำให้ผู้ดื่มปวดศีรษะ เป็นสุราที่ผู้ใดมีไว้เป็นความผิดผู้เสียหายจึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์และพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนนั้น เห็นว่า สุราของกลาง แม้จะมีสารชนิดหนึ่งซึ่งทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการปวดศีรษะแต่ก็เป็นสุราที่ผลิตโดยได้รับอนุญาตจึงมิใช่สุราที่ผู้ใดมีไว้เป็นความผิดและสุราดังกล่าวก็เป็นของผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงมีอำนาจร้องทุกข์และคดีที่จำเลยถูกกล่าวหาเป็นคดีความผิดต่ออาญาแผ่นดินมิใช่คดีความผิดต่อส่วนตัวพนักงานสอบสวนก็มีอำนาจสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 121 วรรคหนึ่ง ถึงแม้ผู้เสียหายจะมิได้ร้องทุกข์ไว้ก็ตามฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น จำเลยฎีกาข้อต่อไปว่า การที่จำเลยซื้อสุราจากผู้นำมาจำหน่ายในราคาถูกยังไม่พอฟังว่าจำเลยรู้ว่าเป็นสุราที่ถูกลักมานั้น นายดาบตำรวจประเสริฐศักดิ์วงษ์แสวง และจ่าสิบตำรวจสันติ บุตรวงศ์ พยานโจทก์เบิกความว่าจากการตรวจค้นที่บ้านจำเลยพบสุราขนาดบรรจุขวด 4.5 ลิตร11 ขวด ที่โรงรถโดยมีลักษณะการอำพรางใช้กระสอบปิดบังไว้ จำเลยให้การในชั้นสอบสวนว่า จำเลยไปขนสุรากับนายสมบูรณ์เวลาใกล้ค่ำประมาณ 18 นาฬิกา ที่บริเวณหน้าโรงเก็บสินค้าเลิศพัฒนา ซึ่งในบริเวณนั้นไม่มีผู้ใดอยู่และสุราที่ไปขนมีจำนวนมาก โดยนายสมบูรณ์อ้างว่าซื้อสุราดังกล่าวมา ทั้งที่นายสมบูรณ์มีอาชีพรับจ้าง นายสมบูรณ์มอบสุราให้จำเลยไปขายจำนวนมากทั้ง ๆ ที่จำเลยไม่ได้ให้หลักประกันแก่นายสมบูรณ์ไว้แต่อย่างใด จำเลยเองก็นำสุราดังกล่าวไปขายให้นายกฤษทั้ง ๆ ที่นายกฤษแจ้งว่ายังไม่มีเงินชำระให้แก่จำเลย เห็นว่าจากพฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่าจำเลยรู้ว่าสุราดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่ถูกลักมา เมื่อจำเลยช่วยนำไปจำหน่าย จำเลยจึงมีความผิดฐานรับของโจร ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2439/2539 พนักงานอัยการ จังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ นาย สุวิทย์ หรือ อ๊อด แสงทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดศรีสะเกษ · จำเลย - นาย สุวิทย์ หรือ อ๊อด แสงทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ ทองแย้ม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1955/2546ฎีกา 1093/2568ฎีกา 959/2531ฎีกา 1610/2539ฎีกา 1837/2531ฎีกา 2581/2548ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 1597/2532ฎีกา 5603/2542ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 98/2537ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 824/2535ฎีกา 593/2510ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 3650/2527ฎีกา 619/2513ฎีกา 1567/2535ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ