⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1208/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1208/2530

พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ม.35 · พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ม.35

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อำนาจในการพิจารณาสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้บุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นอำนาจเฉพาะของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายคนเข้าเมือง และคำสั่งดังกล่าวจะถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ต่อเมื่อมีการฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายที่กำหนดไว้เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

อำนาจที่จะพิจารณาสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้บุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลาเพียงใด เป็นอำนาจโดยเฉพาะของกรมตำรวจจำเลยที่ 2 ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 35 โจทก์ขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งไม่อนุญาตให้โจทก์อยู่ในราชอาณาจักรต่อไปอีกโดยอ้างว่าเป็นคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ในคำฟ้องไม่ได้ความว่าฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายใด ดังนี้ถือไม่ได้ว่าคำสั่งของจำเลยที่ 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลไม่อาจพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2493 ม.35 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ม.35

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นบุคคลสัญชาติอินเดีย จดทะเบียนสมรสกับโจทก์ที่ ๒ มีบุตร ๑ คน คือเด็กหญิงลินดา สัญชาติไทย โจทก์ที่ ๑ เดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยจำเลยที่ ๑ อนุญาตให้อยู่ได้ชั่วคราว โจทก์ที่ ๑ ยื่นคำร้องขออยู่ในราชอาณาจักรต่อไปอีก ๑ ปี กองตรวจคนเข้าเมือง จำเลยที่ ๑ รับคำร้องสอบสวนเสนอกรมตำรวจจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ไม่อนุมัติ และแจ้งให้โจทก์ที่๑ เดินทางออกนอกราชอาณาจักร คำสั่งของจำเลยที่ ๒ ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน การไม่อนุมัติจะต้องให้เหตุผลที่มีกฎหมายรับรอง ไม่ใช่ไม่อนุมัติโดยพิจารณาเอาเองตามอำเภอใจ ไม่มีหลักเกณฑ์ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องจำเลยที่ ๑ เพราะไม่เป็นนิติบุคคล จำเลยที่ ๒ ให้การว่า คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ที่ ๑ อยู่ในราชอาณาจักรต่อไปอีก ๑ ปี เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อความมั่นคงของประเทศ ไม่มีกฎหมายบังคับให้จำเลยที่ ๒ ต้องอนุญาตตามคำร้องของโจทก์ที่ ๑ โจทก์ฟ้องเพื่อประวิงเวลาอยู่ในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ของจำเลยสอบสวนแล้วไม่ปรากฏว่าโจทก์ที่ ๑ มีอาชีพเป็นหลักฐาน หรือมีรายได้แน่นอนจากงานใดซึ่งพอเพียงจะอุปการะภริยาคนไทย จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ที่ ๑ อยู่ในราชอาณาจักรต่อไป ศาลชั้นต้นงดสืบพยาน พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อำนาจที่จะพิจารณาสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้บุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลาเพียงใด เป็นอำนาจโดยเฉพาะของจำเลยที่ ๒ ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๓๕ โจทก์อ้างว่าคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๒ แต่เมื่อพิจารณาคำฟ้องตลอดแล้วไม่ได้ความว่า คำสั่งของจำเลยที่ ๒ ฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายใด จึงถือไม่ได้ว่าคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลไม่อาจพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวได้ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1208/2530 นายฮัซซัน ดีซอซาร์ กับพวก โจทก์ กองตรวจคนเข้าเมือง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฮัซซัน ดีซอซาร์ กับพวก · จำเลย - กองตรวจคนเข้าเมือง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประดิษฐ์ เอกมณี · ศาลอุทธรณ์ - นายไมตรี กลั่นุรักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 2089/2532ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา