⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 1248/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2530

ป.พ.พ. ม.1713

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ซึ่งครอบครองทรัพย์มรดก ย่อมมีสิทธิได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้จัดการมรดกมากกว่าผู้ที่มิได้ครอบครองทรัพย์มรดก

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องเป็นภริยาที่มิได้จดทะเบียนสมรสกับผู้ตาย แต่เป็นฝ่ายครอบครองทรัพย์มรดก ส่วนผู้คัดค้านเป็นบุตรนอกกฎหมายที่ผู้ตายได้รับรองแล้วแต่มิได้ครอบครองทรัพย์มรดกร่วมกับผู้ร้อง ถ้าให้ทั้งสองฝ่ายเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันแล้วมีปัญหาขัดแย้งก็จะไม่อาจถือเอาเสียงข้างมากในการทำหน้าที่ของผู้จัดการมรดกได้ ดังนั้น การให้ผู้ร้องซึ่งครอบครองทรัพย์มรดกเป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงฝ่ายเดียวจึงเหมาะสมกว่า.(ที่มา-เนติ)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องและผู้คัดค้านขอต่อศาล ให้มีคำสั่งตั้งให้ตนเองเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตั้งผู้ร้องฝ่ายเดียวเป็นผู้จัดการมรดกผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า 'ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบคงฟังได้ว่า เดิมผู้ตายได้นางม้ายหรือส้มจ่วนเป็นภริยาเกิดบุตรด้วยกัน 4 คนคือ นางแดง ขุนบุญจันทร์ ผู้คัดค้านนายสมบูรณ์ นางบุญยืน นางจารี ต่อมานางส้มจ่วน ถึงแก่กรรมผู้ตายได้ผู้ร้องเป็นภริยา เกิดบุตรด้วยกัน 3 คนคือ นางวรรณานายบรรจบ และนางผิวพรรณ ผู้ตายมีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินรวม 3 แปลง ทั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก ผู้ร้องเป็นฝ่ายปกครองทรัพย์มรดกแต่เพียงฝ่ายเดียว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้คงมีว่าสมควรให้ผู้ร้องหรือผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายฝ่ายเดียวหรือควรให้ทั้งสองฝ่ายเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกัน ศาลฎีกาเห็นว่า หน้าที่ของผู้จัดการมรดกก็คือ กระทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไปหรือเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกผู้ร้องมิใช่ทายาทของผู้ตายเพราะเป็นภริยาที่มิได้จดทะเบียนสมรสกับผู้ตายแต่เป็นฝ่ายครอบครองทรัพย์มรดกของผู้ตาย ส่วนผู้คัดค้านเป็นบุตรนอกกฎหมายที่ผู้ตายซึ่งเป็นบิดาได้รับรองแล้วมีสิทธิได้รับมรดกในฐานะผู้สืบสันดานของผู้ตายด้วยผู้หนึ่งแต่ก็มิได้เข้าครอบครองทรัพย์มรดกร่วมกับผู้ร้อง ถ้าจะให้ทั้งสองฝ่ายเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันหากมีปัญหาขัดแย้งกันขึ้นก็ไม่อาจถือเอาเสียงข้างมากในการทำการตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกได้ การให้ผู้ร้องซึ่งเป็นฝ่ายครอบครองทรัพย์มรดกของผู้ตายอยู่ในปัจจุบันเป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงฝ่ายเดียวน่าจะเหมาะสมกว่าหากผู้จัดการมรดกมิได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายก็ต้องรับผิดต่อบรรดาทายาทของเจ้ามรดกอยู่เอง ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2530 นาง แกวด รอดอิ น ผู้ร้อง นาง แดง ขุน บุญ จันทร์ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาง แกวด รอดอิ น · ผู้คัดค้าน - นาง แดง ขุน บุญ จันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 453/2521ฎีกา 1368/2534ฎีกา 3299/2533ฎีกา 174/2524ฎีกา 2241/2566ฎีกา 1279/2502ฎีกา 3011/2543ฎีกา 10987/2551ฎีกา 3504/2564ฎีกา 5840/2541ฎีกา 1726/2536ฎีกา 1470/2510ฎีกา 902/2541ฎีกา 225/2518ฎีกา 1287/2513ฎีกา 3127/2540ฎีกา 727/2525ฎีกา 8023/2538ฎีกา 1397-1399/2551ฎีกา 5274/2539ฎีกา 5936/2539ฎีกา 5169/2538ฎีกา 3718/2548ฎีกา 2841/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา