⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1282/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พยานได้ยินเสียงปืนดังมาจากทางที่จำเลยวิ่งหลบหนีไป และมีผู้ถูกกระสุนปืนถึงแก่ความตายในบริเวณดังกล่าว เป็นพยานหลักฐานที่เพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย แม้จำเลยจะไม่ได้ให้การรับสารภาพก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้อาวุธปืนยิง ก. ถึงแก่ความตายแล้วหลบหนีไป บ. พยานโจทก์ เบิกความว่า พลตำรวจ ช. กับ บ. และ ป. ได้วิ่งติดตามจำเลยไปเพื่อจะจับจำเลย บ. ได้ยินเสียงปืนดังมาจากทางที่จำเลยวิ่งไปประมาณ 4-5 นัด กระสุนปืนถูกพลตำรวจ ช. ทำให้ถึงแก่ความตายข้อเท็จจริงดังกล่าวฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนใช้อาวุธปืนยิงพลตำรวจ ช. แม้จำเลยจะไม่ให้การรับสารภาพ พยานหลักฐานโจทก์ก็พอฟังลงโทษจำเลยได้คำรับสารภาพของจำเลยจึงไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา และไม่มีเหตุบรรเทาโทษอย่างอื่น กรณีไม่สมควรลดโทษให้ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายกล่อม นุ้ยเอียด โดยเจตนาฆ่า นายกล่อม ถูกกระสุนปืนถึงแก่ความตาย พลตำรวจชิน สุจริต เห็นเหตุการณ์ จึงเข้าจับกุมจำเลย อันเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ จำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงขัดขวางโดยเจตนาฆ่าเจ้าพนักงาน พลตำรวจชินถูกกระสุนปืนถึงแก่ความตายทันที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,289, 91 ให้คืนของกลางแก่เจ้าของ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา288, 289, 91 ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ส่วนในความผิดฐานฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ลงโทษประหารชีวิตแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพแต่เป็นเพราะจำนนต่อพยานหลักฐานโจทก์จึงไม่สมควรลดโทษให้ เมื่อความผิดกระทงหลังมีโทษประหารชีวิตแล้วจึงไม่ต้องนำเอาความผิดกระทงแรกมารวมเข้าด้วยคงให้ประหารชีวิตจำเลยของกลางคือเจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติจากทางนำสืบของโจทก์โดยจำเลยไม่โต้เถียงว่า ในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงนายกล่อม นุ้ยเอียดทำให้นายกล่อมถึงแก่ความตาย แล้วจำเลยหลบหนีไป พลตำรวจชิน สุจริต กับพวกได้ติดตามจำเลยไปเพื่อจะจับกุมจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงพลตำรวจชินซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ ทำให้พลตำรวจชินถึงแก่ความตายอีก 1 คน มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุสมควรที่จะลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 หรือไม่ ที่จำเลยอ้างว่าในความผิดฐานฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ โจทก์ไม่มีพยานที่เบิกความว่าเห็นจำเลยเป็นคนยิงดังนั้นที่จำเลยรับสารภาพจึงเป็นการให้ความรู้แก่ศาล อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานั้น เห็นว่า นายบุญช่วย ชูทิตย์ พยานโจทก์เบิกความว่า พลตำรวจชินกับนายบุญช่วยและนายประสิทธิ์ พุฒสม ได้วิ่งติดตามจำเลยไป เพื่อจะจับจำเลย นายบุญช่วยได้ยินเสียปืนดังมาจากทางที่จำเลยวิ่งไปประมาณ 4-5 นัด กระสุนปืนถูกพลตำรวจชินทำให้ถึงแก่ความตาย ข้อเท็จจริงดังกล่าวฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนใช้อาวุธปืนยิงพลตำรวจชินแม้จำเลยจะไม่ให้การรับสารภาพพยานหลักฐานโจทก์ก็พอฟังลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ได้ ดังนั้นคำรับสารภาพของจำเลยจึงไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา และไม่มีเหตุบรรเทาโทษอย่างอื่น กรณีไม่สมควรลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2530 พนักงานอัยการ จังหวัดตรัง โจทก์ นายจำรูญ หรือจรูญ ขุนทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดตรัง · จำเลย - นายจำรูญ หรือจรูญ ขุนทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3299/2547ฎีกา 753/2481ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 180/2554ฎีกา 1666/2520ฎีกา 1786/2554ฎีกา 2707/2527ฎีกา 5598/2540ฎีกา 17058/2555ฎีกา 395/2503ฎีกา 6416/2541ฎีกา 3294/2527ฎีกา 2100/2531ฎีกา 8944/2544ฎีกา 2457/2530ฎีกา 161/2510ฎีกา 1790/2521ฎีกา 1955/2515ฎีกา 2033/2528ฎีกา 5873/2567ฎีกา 7245/2554ฎีกา 705/2465ฎีกา 5806/2534ฎีกา 4959/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ