⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1326/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1326/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ยอมรับผลการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและชำระภาษีแล้ว การประเมินนั้นย่อมชอบและเป็นอันยุติ โจทก์จะโต้แย้งเป็นอย่างอื่นอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยอมรับผลการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินที่เรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินเพิ่มจากโจทก์สำหรับปี 2516 และ 2517 โดยโจทก์มิได้อุทธรณ์คัดค้าน และโจทก์ได้ชำระเงินตามที่เจ้าพนักงานประเมินให้แก่จำเลยแล้ว ย่อมถือได้ว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินดังกล่าวชอบแล้ว และเป็นอันยุติ โจทก์จะรื้อฟื้นขึ้นมาโต้เถียงเป็นอย่างอื่นอีกโดยอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์หาได้ไม่ ดังนี้จึงฟังไม่ได้ว่ายังมียอดขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปี 2518 ค้างอยู่อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.20 ประมวลรัษฎากร ม.28 ประมวลรัษฎากร ม.30

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ มีคำสั่งให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับปี ๒๕๑๘ และเงินเพิ่มโจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ ในฐานะคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ วินิจฉัยว่า โจทก์ยอมรับและชำระภาษีปี ๒๕๑๖ กับปี ๒๕๑๗ แล้ว จึงไม่มีสิทธิหยิบยกข้อมูลของทั้ง ๒ ปีนั้น ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการคำนวณภาษีปี ๒๕๑๘ มาคำนวณผลกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีของปี ๒๕๑๘ ให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้ ๑๓๗,๒๖๕ บาท โจทก์เห็นว่าในปี ๒๕๑๖ และ ๒๕๑๗ โจทก์มียอดขาดทุนสุทธิ เมื่อนำยอดขาดทุนสุทธิดังกล่าวมาหักออกจากกำไรสุทธิของปี ๒๕๑๘ แล้ว โจทก์ยังขาดทุนอีก จึงไม่ต้องเสียภาษีในปี ๒๕๑๘ ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ จำเลยทั้งห้าให้การว่า เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์สำหรับปี ๒๕๑๖ กับปี ๒๕๑๗ โจทก์นำเงินภาษีดังกล่าวมาชำระโดยมิได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมิน ส่วนในปี ๒๕๑๘ โจทก์มีกำไรสุทธิ และไม่มียอดขาดทุนสุทธิในระยะเวลาไม่เกิน ๕ รอบปีบัญชีมาหักแต่อย่างใด การประเมินถูกต้องแล้ว ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ยอมรับผลการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินที่เรียกเก็บภาษีเงินได้และเงินเพิ่มจากโจทก์สำหรับปี ๒๕๑๖ และ ๒๕๑๗ โดยโจทก์มิได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมิน และโจทก์ได้ชำระเงินค่าภาษีเงินได้และเงินเพิ่มตามที่เจ้าพนักงานประเมินมีคำสั่งให้ชำระนั้นแก่จำเลยแล้ว ย่อมถือได้ว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินดังกล่าวชอบแล้วและเป็นอันยุติ โจทก์จะรื้อฟื้นขึ้นมาโต้เถียงเป็นอย่างอื่นอีกโดยอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์หาได้ไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงฟังไม่ได้ว่ายังมียอดขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน ๕ ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปี ๒๕๑๘ ค้างอยู่อีกโจทก์มิได้อุทธรณ์ว่ากำไรสุทธิของโจทก์ในปี ๒๕๑๘ ซึ่งเจ้าพนักงานประเมินคิดคำนวณได้เป็นเงิน ๕๙๙,๑๔๕ บาท ๒๕ สตางค์นั้นไม่ถูกต้อง ดังนั้นการที่เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินและมีคำสั่งให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้และเงินเพิ่มสำหรับปี ๒๕๑๘ จึงเป็นการชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1326/2530 บริษัทสากลเคหะพัฒนา จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสากลเคหะพัฒนา จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายวินัย บุญพราหมณ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1307-1308/2531ฎีกา 5157/2537ฎีกา 5607/2550ฎีกา 10135/2539ฎีกา 8273/2551ฎีกา 577/2508ฎีกา 2439/2531ฎีกา 2165/2542ฎีกา 4604/2533ฎีกา 3801/2534ฎีกา 406/2508ฎีกา 42/2518ฎีกา 2653/2541ฎีกา 171/2521ฎีกา 4708/2542ฎีกา 2227/2534ฎีกา 350/2531ฎีกา 4717/2536ฎีกา 2230/2544ฎีกา 888/2519ฎีกา 3418/2553ฎีกา 85/2529ฎีกา 894/2521ฎีกา 2518/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา