⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1337/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1337/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ขับขี่รถยนต์ไม่ตรวจตรา ซ่อมแซม ส่วนประกอบสำคัญของรถยนต์ที่ชำรุดบกพร่องก่อนนำรถออกใช้งาน จนก่อให้เกิดความเสียหาย ถือเป็นการขับรถโดยประมาท

ย่อคำพิพากษา

การที่ท่อยางเบรกอ่อนล้อหน้าซ้าย รถยนต์มีรอยแตก จนกระทั่งเบรกไม่อยู่ ย่อมจะมีข้อชำรุด บกพร่องให้พบเห็นได้ก่อน แต่จำเลยซึ่งมีหน้าที่ขับรถประจำรถคันดังกล่าว มิได้ตรวจตรา ซ่อมแซม ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เสียก่อนที่จะนำรถออกแล่นจนกระทั่งเกิดเหตุขึ้นถือได้ว่าจำเลยขับรถโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นจำเลยจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่จำเลยหาได้ใช้ให้เพียงพอไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.291 ประมวลกฎหมายอาญา ม.300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 291,300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 6, 43, 78, 148, 157,160 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา291, 300 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฏหมายหลายบท ลงโทษบทหนัก จำคุก 4 ปีและมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 6, 43, 78,148, 157, 160 จำคุก 2 เดือน รวม จำคุก 4 ปี 2 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า จำเลยมีหน้าที่ขับรถประจำรถบรรทุกเทท้ายคันที่เกิดเหตุ ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์2525 เวลาประมาณ 16.30 นาฬิกา จำเลยขับรถคันดังกล่าว มีนายคำ ลือยศเด็กชายทำนอง ลือยศ และคนอื่นอีกหลายคนนั่งมาด้วย เมื่อถึงบริเวณที่เกิดเหตุเป็นทางโค้ง รถได้พลิกคว่ำเป็นเหตุให้นายคำถึงแก่ความตายและเด็กชายทำนองได้รับอันตรายสาหัส ปัญหามีว่าจำเลยได้ขับรถโดยประมาทหรือไม่ พยานโยทก์ที่รู้เห็นเหตุการณ์มีนายมนตรี ปรังการ ซึ่งนั่งมาในรถด้วยเบิกความว่า เมื่อจำเลยขับรถมาถึงหน้าโรงเรียนศิลาแลง รถได้พลิกคว่ำทางด้านซ้ายมือ ส่วนจำเลยนำสืบว่ามีรถจักรยานยนต์แล่นสวนทางล้ำเข้ามาในทางรถจำเลย จำเลยจึงขับรถหักหลบรถจักรยานยนต์ล้อรถด้านซ้ายตกถนน จึงทำให้รถพลิกคว่ำ เห็นว่าหากจำเลยขับรถหักหลบรถจักรยานยนต์เพียงเล็กน้อย หรือหากเบรกรถใช้การได้ดีจำเลยเบรกรถเพื่อชะลอความเร็วลงบ้าง ก็ไม่น่าจะถึงกับทำให้รถพลิกคว่ำเมื่อพิจารณาคำร้อยโทเสริมซึ่งไปตรวจสภาพรถหลังเกิดเหตุพบว่าเบรกชำรุด ประกอบข้อความในบันทึกการตรวจสภาพรถยนต์และอุปกรณ์เอกสารหมายจ.3 ที่ว่าท่อยางเบรกอ่กน ล้อหน้าซ้ายมีรอยแตก น้ำมันรั่ว ทำให้รถเบรกไม่อยู่ทั้งจำเลยเองก็ให้การชั้นสอบสวนว่าเบรกแตก ที่อ้างว่าพนักงานสอบสวนแนะนำนั้น ไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน รับฟังไม่ได้ส่วนคำร้อยตำรวจโทจารึกที่ว่าจากผลการตรวจสภาพเบรกรถยังใช้การได้นั้นนอกจากจะขัดกับเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งร้อยตำรวจโทจารึกได้ลงลายมือชื่อไว้ด้วยแล้วยังขัดกับพยานหลักฐานอื่นดังกล่าว ทำให้ไม่มีน้ำหนักรับฟัง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุเบรกล้อหน้าซ้ายของรถที่จำเลยขับชำรุดใช้การไม่ได้ ดังนั้นเมื่อจำเลยเหยียบเบรกรถตามสัญชาติญาณของคนขับรถเมื่อประสบเหตุการณ์คับขัน จึงไม่สามารถบังคับรถให้แล่นไปตามทิศทางบนถนนได้ เป็นเหตุให้รถพลิกคว่ำตกจากถนน เมื่อพิจารณาถึงความชำรุดของเบรกดังที่ปรากฏในบันทึกการตรวจสภาพรถยนต์และอุปกรณ์เอกสารหมาย จ.3 ที่ว่าท่อยางเบรกอ่อน ล้อหน้าซ้ายมีรอยแตกน้ำมันเบรกรั่ว ประกอบคำร้อยโทเสริมที่ว่าก่อนที่เบรกรถจะเสียจะมีอาการบอกก่อนเช่น น้ำมันเยิ้มตามสายเบรกและเบรกไม่อยู่นั้น จะเห็นได้ว่าการที่ท่อยางเบรกอ่อนล้อหน้าซ้ายมีรอยแตกจนกระทั่งแบรกไม่อยู่นั้น ย่อมจะมีข้อชำรุดบกพร่องให้พบเห็นได้ก่อน แต่จำเลยซึ่งมีหน้าที่ขับรถประจำรถคันดังกล่าว มิได้ตรวจตราซ่อมแซมให้ท่อยางเบรกอ่อนล้อหน้าซ้ายอยู่ในสภาพสมบูรณ์เสียก่อนที่จะนำรถออกแล่นจนกระทั่งเกิดเหตุขึ้น ถือได้ว่าจำเลยขับรถโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นจำเลยจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณืและจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่จำเลยหาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหานี้นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาโจทก์ฟังขึ้น แต่เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีโดยละเอียดแล้วเห็นว่าศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยหนักไปจึงสมควรแก้ไขให้เหมาะสม" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา291, 300 ด้วย ลงโทษตามมาตรา 291 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดให้จำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1337/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด น่าน โจทก์ นาย วิจิตร สุทธ หลวง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด น่าน · จำเลย - นาย วิจิตร สุทธ หลวง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 688/2467ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 4573/2528ฎีกา 729/2483ฎีกา 1002/2467ฎีกา 943/2481ฎีกา 52/2513ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 6505/2555ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 3295/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ