คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าประกาศของทางราชการได้ประกาศไว้ ณ ที่สาธารณสถานในท้องที่ที่เกี่ยวข้องและในท้องที่ที่เกิดเหตุให้ทราบโดยทั่วกัน ถือว่าจำเลยได้ทราบประกาศนั้นแล้ว
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดโดยแปรรูปไม้หวงห้ามเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด และกระทำความผิดโดยตัดฟันและเลื่อยทอนไม้หวงห้าม แม้จะไม่ได้ระบุว่าไม้ที่แปรรูปเป็นจำนวนเดียวกับไม้ที่ตัดทอนหรือไม่ ก็ไม่ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม เนื่องจากเป็นการกระทำต่างกรรมกันและจำเลยสามารถเข้าใจข้อหาได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่าทางราชการได้คัดสำเนาประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตาม พระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 ประกาศไว้ ณ ที่ทำการอำเภอ ที่ทำการกำนันและที่สาธารณสถานในท้องที่ซึ่งเกี่ยวข้องและในท้องที่ที่เกิดเหตุคดีนี้ให้ทราบโดยทั่วกันแล้ว แม้จะไม่ได้บรรยายว่าจำเลยกับพวกได้ทราบประกาศดังกล่าวแล้วแต่คำว่าให้ทราบโดยทั่วกันหมายความว่าจำเลยกับพวกได้ทราบประกาศดังกล่าวแล้ว จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่เคลือบคลุม
แม้ฟ้องโจทก์จะไม่ได้บรรยายระบุให้แน่ชัดว่าไม้ตะเคียนชันตาแมวอันเป็นไม้ที่หวงห้ามที่จำเลยร่วมกันแปรรูปนั้น เป็นจำนวนเดียวกับไม้ตะเคียนชันตาแมวที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำโดยตัดฟันออกจากต้นแล้วเลื่อยตัดทอนเป็นท่อนก็ตาม แต่โจทก์ก็ได้บรรยายข้อเท็จจริงถึงการกระทำของจำเลยและได้ระบุถึงสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรที่จะให้จำเลยกับพวกเข้าใจข้อหาได้แล้ว ทั้งการกระทำความผิดในข้อหาทั้งสองดังกล่าวเป็นการกระทำต่างกรรมกัน ไม้ที่จำเลยกับพวกร่วมกันแปรรูปซึ่งมีปริมาณเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดกับไม้ที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำโดยตัดฟันออกจากต้นแล้วเลื่อยตัดทอนเป็นท่อน จะเป็นจำนวนเดียวกันหรือไม่ก็ได้ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุมเช่นกัน.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือ จำเลยทั้งสี่ร่วมกันทำไม้สยาขาวและไม้ตะเคียนชันตาแมวซึ่งเป็นไม้หวงห้ามในประเภท ก. และ ข.ในป่าจังหวัดนราธิวาสโดยจำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันตัดฟันออกจากต้นแล้วเลื่อยตัดทอนเป็นท่อน ๆ รวม ๔ ท่อนปริมาตร ๑๐.๐๖ ลูกบาศก์เมตร โดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยทั้งสี่ร่วมกันแปรรูปไม้กาลอและไม้ตะเคียนชันตาแมว ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. และ ข. โดยเลื่อยออกเป็นแผ่นและเหลี่ยม รวมจำนวน๑๙๘ ชิ้น ปริมาตร ๕.๒๕ ลูกบาศก์เมตร อันเป็นการทำให้ไม้เปลี่ยนรูปและขนาดไปจากเดิมโดยจำเลยทั้งสี่ร่วมกันทำการแปรรูปไม้ภายในเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตหลังจากจำเลยทั้งสี่ได้ทำไม้ดังกล่าวแล้ว จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันมีไม้สยาขาวและไม้ตะเคียนชันตาแมว ซึ่งยังไม่ได้แปรรูปอันเป็นไม้หวงห้ามตามกฎหมายและยังร่วมกันมีไม้กาลอและไม้ตะเคียนชันตาแมวแปรรูปอันเป็นไม้หวงห้ามตามกฎหมายโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๑๑, ๔๘, ๖๙, ๗๓, ๗๔, ๗๔ ทวิ, ๗๔ จัตวาที่แก้ไขแล้ว พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๐๕ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑ ที่แก้ไขแล้ว ริบของกลางทั้งหมดเว้นแต่รถจักรยานยนต์คืนแก่เจ้าของ และจ่ายสินบนนำจับ
จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดตามฟ้องของโจทก์เรียงกระทงลงโทษ จำคุกรวมคนละ ๔ ปี คืนรถจักรยานยนต์แก่เจ้าของของกลางนอนนั้นให้ริบ และจ่ายสินบนนำจับตามกฎหมาย
จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าไม่จ่ายสินบนนำจับแก่ผู้แจ้งความนำจับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งสี่ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสี่อ้างว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะเหตุ ๒ ข้อ คือ ข้อแรกอ้างว่า คำฟ้องไม่ได้ระบุยืนยันให้แน่ชัดว่าประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ที่ทางราชการได้คัดสำเนาประกาศไว้ ณ ที่ต่าง ๆ นั้นจำเลยทราบประกาศนี้หรือไม่ เห็นว่า คำบรรยายฟ้องเกี่ยวกับประกาศที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาโจทก์ได้บรรยายว่า ทางราชการได้คัดสำเนาประกาศไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอที่ทำการกำนัน และที่สาธารณสถานในท้องที่ซึ่งเกี่ยวข้องและในท้องที่เกิดเหตุคดีนี้ให้ทราบโดยทั่วกันแล้ว คำว่าให้ทราบโดยทั่วกันแล้วหมายความว่าจำเลยทั้งสี่ทราบประกาศดังกล่าวแล้ว เป็นคำฟ้องที่ยืนยันแน่ชัดว่าจำเลยทั้งสี่ได้ทราบประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช ๒๔๘๔ ดังกล่าวแล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม และที่จำเลยทั้งสี่อ้างว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมอีกข้อหนึ่ง คือฟ้องข้อ ๒ ข. โดยอ้างว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ คือโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่บังอาจร่วมกันแปรรูปไม้กาลอและไม้ตะเคียนชันตาแมวซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. และ ข. โดยเลื่อยออกเป็นแผ่นและเหลี่ยมรวมจำนวน ๑๙๘ ชิ้น ปริมาตร ๕.๒๕ ลูกบาศก์เมตร โดยไม่ได้ระบุให้แน่ชัดว่าไม้ตะเคียนชันตาแมวในฟ้องข้อ ๒ข. นั้น เป็นจำนวนเดียวกันในฟ้องข้อ ๒ ก. ที่โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันตัดไม้สยาขาวและไม้ตะเคียนชันตาแมวซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. และ ข. โดยร่วมกันตัดฟันออกจากต้นแล้วเลื่อยตัดทอนเป็นท่อน ๆ รวมจำนวน ๔ ท่อน ปริมาตร ๑๐.๐๖ ลูกบาศก์เมตรหรือไม่ ยังเคลือบคลุมไม่แน่ชัด และจำนวนปริมาตรของไม้ย่อมเป็นสาระสำคัญในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้นั้นเห็นว่า คำฟ้องดังกล่าวโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงถึงการกระทำของจำเลยว่าจำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันแปรรูปไม้โดยวิธีเลื่อยออกเป็นแผ่นและเหลี่ยมทั้งได้ระบุถึงสิ่งของที่เกี่ยวข้องคือระบุว่า ไม้ที่จำเลยร่วมกันแปรรูปเป็นไม้กาลอและไม้ตะเคียนชันตาแมวอันเป็นการพอสมควรที่จำเลยทั้งสี่จะเข้าใจข้อหาได้แล้ว และการกระทำความผิดตามข้อ ๒ ข. นี้ก็มิได้เกี่ยวพันกับการกระทำความผิดในข้อ ๒ ก.แต่อย่างใด เป็นการกระทำความผิดคนละกรรมต่างกันไม้ที่จำเลยทั้งสี่ร่วมกันแปรรูปในฟ้องข้อ ๒ ข. ซึ่งมีปริมาตรเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดจะเป็นไม้จำนวนเดียวกับที่จำเลยทั้งสี่ร่วมกันทำไม้ในฟ้องข้อ ๒ ก. หรือไม่ก็ได้ ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมแต่ประการใด
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2530
พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส โจทก์
นายยามา สุหลง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส · จำเลย - นายยามา สุหลง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยนต์ พิรวินิจ · พลจิตต์ ดียืน · เสงี่ยม ทวีชัยการ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายชัยรัตน์ ศิลาลาย · ศาลอุทธรณ์ - นายอากาศ บำรุงชีพ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา