คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิในเงินบำเหน็จเพื่อสงเคราะห์พนักงานที่ตายตกได้แก่ทายาท ไม่ใช่ทรัพย์มรดกของผู้ตาย
ย่อคำพิพากษา
สิทธิในเงินบำเหน็จเพื่อสงเคราะห์พนักงานไฟฟ้านครหลวงตกได้แก่ทายาทเนื่องจากการตายของพนักงาน ไม่ใช่ทรัพย์สินที่พนักงานมีอยู่ในระหว่างมีชีวิตหรือมีอยู่ขณะตาย เงินจำนวนนี้จึงไม่เป็นมรดกของผู้ตาย เมื่อตามข้อบังคับว่าด้วยกองทุนเงินบำเหน็จพนักงานระบุให้จ่ายเงินบำเหน็จแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของพนักงานที่ตาย จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้การไฟฟ้านครหลวงจ่ายเงินบำเหน็จดังกล่าวให้แก่โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายสุนทร ส่งเสริม พนักงานในสังกัดของจำเลยตามคำสั่งศาล ซึ่งถึงแก่กรรมระหว่างเป็นพนักงานมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จสงเคราะห์พนักงานจากจำเลย โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยปฏิเสธ ขอให้จำเลยจ่ายเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า ตามข้อบังคับของจำเลยให้จ่ายเงินบำเหน็จสงเคราะห์พนักงานแก่ทายาท นายสุนทรถึงแก่กรรมก่อนได้รับเงิน จึงไม่ใช่ทรัพย์ของนายสุนทรในระหว่างมีชีวิต แต่เป็นสิทธิที่มีขึ้นภายหลังการตาย จึงมิใช่มรดกของนายสุนทร โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง แม้โจทก์เป็นทายาทของนายสุนทร แต่ก็ยังมีทายาทอื่นอีก ๓ คน โจทก์ฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดก จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด
วันนัดชี้สองสถาน คู่ความแถลงรับว่า โจทก์เป็นภริยาผู้ตายโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ตายมีสิทธิได้รับเงินตามข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนเงินบำเหน็จพนักงาน โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ผู้ตายมีทายาท คือโจทก์กับบุตรของผู้ตายอีก ๓ คนศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินตามฟ้องแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามข้อบังคับของจำเลยระบุว่าให้พนักงานซึ่งถึงแก่กรรมมีสิทธิได้รับการสงเคราะห์เป็นเงินบำเหน็จจากกองทุนโดยจ่ายแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เห็นว่าสิทธิในเงินสงเคราะห์พนักงานดังกล่าวตกได้แก่ทายาทเนื่องจากการตายของนายสุนทรไม่ใช่ทรัพย์สินที่นายสุนทรมีอยู่ในระหว่างมีชีวิต หรือมีอยู่ขณะตาย จึงไม่เป็นมรดกของผู้ตาย การที่ข้อบังคับระบุให้จ่ายแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็เพื่อถือเป็นหลักเกณฑ์ให้จำเลยกำหนดได้ว่าผู้ใดมีสิทธิในฐานะเป็นทายาทโดยธรรมหาทำให้สิทธิในการรับเงินสงเคราะห์กลายเป็นทรัพย์มรดกผู้ตายแต่อย่างใดไม่และเจตนารมณ์ตามข้อบังคับของจำเลยก็มิใช่ประสงค์จะจ่ายให้แก่ผู้ตาย แต่เพื่อเป็นการสงเคราะห์ทายาทของผู้ตาย โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยจ่ายเงินซึ่งทายาทโดยธรรมของผู้ตายมีสิทธิได้รับตามข้อบังคับจำเลยให้แก่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2530
นางบุญเชิญ ส่งเสริม โจทก์
การไฟฟ้านครหลวง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางบุญเชิญ ส่งเสริม · จำเลย - การไฟฟ้านครหลวง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง · สุทิน นนทแก้ว |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายศรี จาณุจิตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา