คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1557/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การที่ทนายความยื่นฎีกาโดยระบุชื่อจำเลยอื่นในหน้าแรกของคำฟ้องฎีกา โดยจำเลยเหล่านั้นมิได้ลงชื่อเป็นผู้ฎีกา หรือมิได้แต่งตั้งให้ทนายความผู้นั้นเป็นทนายความของตน ย่อมไม่ถือว่าคำฟ้องฎีกาดังกล่าวเป็นฎีกาของจำเลยเหล่านั้นด้วย
- การพิมพ์ผิดพลาดในรายละเอียดเล็กน้อยของฟ้อง เช่น ชื่อพนักงานสอบสวนที่ทำการสอบสวน ไม่ทำให้ฟ้องโจทก์เสียไป หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าการสอบสวนนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 2 ที่ 3 มิได้แต่งตั้งให้ จ. ซึ่งเป็นทนายความของจำเลยที่ 1 เป็นทนายความของตน เช่นนี้ แม้ จ. จะได้ยื่นฎีกาโดยระบุชื่อจำเลยที่ 2 ที่ 3 ในหน้าแรกของคำฟ้องฎีกาว่าเป็นผู้ที่ขอยื่นฎีกาด้วยโดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 มิได้ลงชื่อเป็นผู้ฎีกาก็ถือไม่ได้ว่าคำฟ้องฎีกาที่ จ. ยื่นต่อศาลเป็นฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ด้วย ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นฎีกาของจำเลยทั้งสามไว้ จึงไม่ชอบ
เหตุเกิดที่อำเภอครบุรี ร้อยตำรวจเอก ก. พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอครบุรีเป็นผู้สอบสวน และมาเบิกความยืนยัน จึงเป็นการสอบสวนที่ชอบ ที่ฟ้องโจทก์หน้าแรกพิมพ์ว่าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจอำเภอสีคิ้วสอบสวนแล้ว จึงเป็นการพิมพ์ผิดพลาดไปฟ้องโจทก์ชอบแล้ว.(ที่มา-ส่งเสริม)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 4, 7, 47, 48, 73, 74,... และริบไม้ของกลาง
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกคนละ2 ปี ไม้ของกลางริบ
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสามฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยที่ 1 ตั้งนายจำลอง รัตนกนก เป็นทนายให้มีอำนาจใช้สิทธิในการฎีกาได้ด้วย ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ตั้งนายประจักษ์ สง่าปทุม เป็นทนายในชั้นอุทธรณ์ให้มีอำนาจใช้สิทธิในการอุทธรณ์ ฎีกา มิได้ตั้งนายจำลองเป็นทนายแต่อย่างใด ฎีกาทำเป็นฉบับเดียวลงชื่อนายจำลองทนายของจำเลยที่ 1 เป็นผู้ฎีกาจำเลยที่ 2ที่ 3 ซึ่งไม่มีทนายชั้นฎีกาไม่ได้ลงชื่อเป็นผู้ฎีกาด้วย ฉะนั้นแม้ฎีกาฉบับนี้จะได้ระบุชื่อของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ไว้ในฎีกาหน้าแรกว่าเป็นผู้ที่ขอยื่นฎีกาด้วยก็ตามย่อมถือไม่ได้ว่าเป็นฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ด้วย ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสามซึ่งรวมถึงจำเลยที่ 2 ที่ 3 ด้วยนั้น จึงไม่ชอบ ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 เท่านั้นฎีกา มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อกฎหมายข้อเดียวว่า ฟ้องโจทก์บรรยายว่าคดีนี้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอสีคิ้วได้สอบสวนแล้ว แต่บรรยายที่เกิดเหตุว่า เหตุเกิดที่ตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบ พิเคราะห์แล้วเหตุคดีนี้เกิดที่อำเภอครบุรีร้อยตำรวจเอกกลิ่น ทิพโอสถ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอครบุรีเป็นผู้สอบสวน และมาเบิกความยืนยัน จึงเป็นการสอบสวนที่ชอบ ที่ฟ้องโจทก์หน้าแรกพิมพ์ว่าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอสีคิ้วสอบสวนแล้ว จึงเป็นการพิมพ์ผิดพลาดไป ฟ้องโจทก์ชอบแล้ว..."
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1557/2530
พนักงานอัยการ จังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นายวรเชษฐ์ โคตรุโร กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายวรเชษฐ์ โคตรุโร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ