⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1558/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1558/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับสารภาพของจำเลยที่นำไปสู่การพบพยานหลักฐานสำคัญ ถือเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาและเป็นเหตุอันควรปราณีได้

ย่อคำพิพากษา

คดีไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขณะเกิดเหตุฆ่าผู้ตาย แต่จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพและนำชี้ที่เกิดเหตุ จึงทำให้พนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน เช่น อาวุธปืนที่ใช้ยิงผู้ตายและรถจักรยานยนต์ที่จำเลยใช้เป็นพาหนะในการกระทำผิดได้คำรับสารภาพของจำเลยทั้งสามจึงถือได้ว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอย่างมาก นับว่าเป็นเหตุอันควรปราณีแก่จำเลยทั้งสามได้.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,84, 289, 371, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ,72, 72 ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่21 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ข้อ 3, 6, 7 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ริบหัวกระสุนปืนของกลาง จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานจ้างวานใช้ให้ฆ่าผู้อื่นและร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้ลงโทษฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 มีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา289 ประกอบด้วยมาตรา 83, 84, 90 ให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสามและให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ฐานมีอาวุธปืนลงโทษจำคุกคนบะ 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวจำคุกคนละ 6 เดือนตามพฤติการณ์แห่งคดีการกระทำของจำเลยทั้งสามโหดเหี้ยม มิคำนึงถึงชีวิตและความเดือนร้อนของผู้อื่นเป็นภัยอย่างร้ายแรงต่อสังคม พยานโจทก์มีหลักฐานทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารมัดตัวจำเลยแน่นหนามั่นคงการที่จำเลยให้การรับสารภาพก็เป็นการจำนนต่อพยานหลักฐาน ไม่พอถือได้ว่าเป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีจึงไม่มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เมื่อศาลลงโทษจำเลยทั้งสามถึงประหารชีวิตแล้ว จึงไม่ต้องนำโทษฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนติดตัวมารวมเข้าอีก ให้ริบหัวกระสุนปืนของกลาง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ขอให้ลดโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยทั้งสามคนละกึ่งหนึ่งทุกกระทง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 และมาตรา 91 คงให้จำคุกจำเลยทั้งสามแต่ละคนตลอดชีวิต นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในฎีกามีเพียงว่าสมควรลดโทษให้จำเลยทั้งสามหรือไม่ ทางพิจารณาได้ความจากพยานหลักฐานโจทก์ที่สืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยทั้งสามว่าคดีนี้ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขณะเกิดเหตุ เมื่อพันตำรวจตรีขวัญชัย พันธภักดี พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งว่ามีคนถูกยิงตายจึงไปดูที่เกิดเหตุพบศพผู้ตายถูกยิงในรถยนต์จากการสืบสวนได้ความว่าผู้ตายได้ขับรถยนต์มาเล่นพนันไฮโลว์กับจำเลยที่ 1 ที่บ้านของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 มีสาเหตุกับผู้ตายเกี่ยวกับเงินค่าขายรถบรรทุก 10 ล้อ ซึ่งคนทั้งสองเข้าหุ้นกันซื้อและขายไปเพื่อแบ่งกำไรกันพนักงานสอบสวนจึงเชิญจำเลยที่ 1 ไปที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนครปฐม ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ต่อมาตำรวจได้ตามไปจับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ที่จังหวัดสงขลา จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพ และจำเลยทั้งสามได้นำชี้ที่เกิดเหตุให้พนักงานสอบสวนถ่ายภาพประกอบคำรับสารภาพไว้ตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 เอกสารหมาย จ.14 ได้ความว่าจำเลยที่ 1 โกรธเคืองผู้ตายที่ผู้ตายใช้ให้คนมาชิงเงินส่วนแบ่งค่าขายรถบรรทุก 10 ล้อ จากจำเลยที่ 1 ไป ก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 1 จึงวางแผนว่าจ้างจำเลยที่ 2 ให้ยิงผู้ตายหลังจากผู้ตายเลิกเล่นพนันไฮโลว์ที่บ้านจำเลยที่ 1 แล้วโดยให้จำเลยที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 เพื่อพักค้างคืนที่โรงแรมซันย่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนไว้ตามบันทึกเอกสารหมาย จ.15 และ จ.16 พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เนื่องจากคำรับสารภาพของจำเลยทั้งสามดังกล่าวพนักงานสอบสวนจึงสามารถรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เช่นอาวุธปืนที่ใช้ยิงผู้ตายพร้อมรถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ 3 พาจำเลยที่ 2ไปส่งที่โรงแรม พยานโจทก์มีนายอมรรัตน์ เชียงพานิช เพียงปากเดียวเท่านั้นที่รู้เห็นขณะจำเลยที่ 2 วิ่งผ่านพยานไปหลังเกิดเหตุพยานปากนี้ก็เป็นเพียงพยานแวดล้อมเท่านั้น และพยานปากนี้พนักงานสอบสวนเพิ่งได้ตัวมาหลังจากจำเลยทั้งสามได้รับสารภาพหมดแล้ว ช้นพิจารณาของศาลจำเลยทั้งสามได้ให้การรับสารภาพมาตลอด พยานหลักฐานของโจทก์ที่พนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมมาได้เกิดขึ้นเพราะคำรับของจำเลยทั้งสิ้นเห็นว่าหลังเกิดเหตุเมื่อจำเลยรู้ตัวว่าได้กระทำความผิดไปแล้ว ได้ลุแก่โทษต่อพนักงาสอบสวนและศาลตลอดมามิได้คิดต่อสู้คดีให้เป็นการยุ่งยาก ในทางกลับกันถ้าจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธคิดต่อสู้คดีมาตั้งแต่ชั้นสอบสวนตลอดทั้งชั้นศาลจะเป็นการยุ่งยากแก่พนักงานสอบสวนในการเสาะหาพยานหลักฐานต่าง ๆ เพราะเหตุคดีเกิดขึ้นเวลากลางคืนและดึกมากแล้ว ยากแก่การที่จะหาพยานหลักฐานมัดจำเลยทั้งสามได้ ดังนั้นคำรับสารภาพของจำเลยทั้งสามจึงถือได้ว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอย่างมาก นับเป็นเหตุอันควรปรานีแก่จำเลยทั้งสาม ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลดโทษให้จำเลยทั้งสามนั้นชอบด้วยรูปคดีแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1558/2530 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายกู้เกียรติ เศวตสกาวพันธ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นายกู้เกียรติ เศวตสกาวพันธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3299/2547ฎีกา 753/2481ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 180/2554ฎีกา 1666/2520ฎีกา 1786/2554ฎีกา 2707/2527ฎีกา 5598/2540ฎีกา 17058/2555ฎีกา 395/2503ฎีกา 6416/2541ฎีกา 3294/2527ฎีกา 2100/2531ฎีกา 8944/2544ฎีกา 2457/2530ฎีกา 161/2510ฎีกา 1790/2521ฎีกา 1955/2515ฎีกา 2033/2528ฎีกา 5873/2567ฎีกา 7245/2554ฎีกา 705/2465ฎีกา 5806/2534ฎีกา 4959/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ