⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1739/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1739/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พนักงานอัยการไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีอาญาที่โจทก์เป็นผู้เสียหาย เป็นการใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และไม่มีกฎหมายกำหนดให้พนักงานอัยการต้องแจ้งผลคำพิพากษาและความเห็นที่ไม่อุทธรณ์ให้ผู้เสียหายทราบ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานอัยการผู้ว่าคดี จำเลยที่ 3 เป็นอัยการจังหวัด การที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีอาญาที่โจทก์เป็นผู้เสียหาย เป็นการใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145 กำหนดให้อำนาจไว้ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ส่วนการแจ้งผลคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษายกฟ้อง และความเห็นที่ไม่อุทธรณ์นั้นก็ไม่มีกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับกำหนดให้พนักงานอัยการต้องแจ้งให้ผู้เสียหายทราบ การที่จำเลยที่ 3 ไม่แจ้งผลคำพิพากษาและความเห็นที่ไม่อุทธรณ์ให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายทราบถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำโดยผิดกฎหมายเช่นกัน กรมอัยการจำเลยที่ 1 เป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 เมื่อจำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่ได้กระทำการอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ย่อมไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.76 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นโจทก์ฟ้องนายสมโภชน์ โพธิรัตน์ และนางรักเร่ห์ หรืออรดี ศิวฤทธิ์ ได้ร่วมกันยักยอกทรัพย์ของโจทก์ไป ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดพิพากษายกฟ้อง จำเลยที่ ๒ เป็นพนักงานอัยการผู้ว่าคดีกระทำโดยประมาทไม่ได้อ่านคำพิพากษาและตัวบทกฎหมายเสนอความเห็นไม่อุทธรณ์คดีดังกล่าวต่อจำเลยที่ ๓ ในฐานะอัยการจังหวัดร้อยเอ็ดและจำเลยที่ ๓ มิได้พิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ วินิจฉัยสั่งการไปตามความเห็นของจำเลยที่ ๒ เป็นการประมาทเลินเล่อในการที่สั่งไม่อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวและไม่แจ้งผลคำพิพากษากับความเห็นไม่อุทธรณ์ให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายทราบจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ฐานละเมิด และจำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดร่วมด้วย ขอให้บังคับจำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย ๒๗๐,๐๐๐ บาท หรือให้จัดการคืนรถยนต์และเครื่องอุปกรณ์ฉายภาพยนตร์แก่โจทก์ ให้ใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในราคาทรัพย์ ๒๗๐,๐๐๐ บาท จนกว่าจะใช้เงินหรือคืนทรัพย์แก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๒ ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบแบบแผนของทางราชการและตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายให้ไว้ทุกประการได้ตรวจสอบพยานหลักฐานในคดีและข้อกฎหมายแล้วจึงทำความเห็นไม่อุทธรณ์เสนอต่อจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ ตรวจสำนวนแล้ว เห็นว่าคำพิพากษาของศาลชอบด้วยกฎหมายได้เสนอสำนวนพร้อมด้วยคำสั่งไม่อุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบด้วยแล้ว มิได้ประมาทเลินเล่อ พนักงานอัยการไม่มีหน้าที่ต้องแจ้งผลคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ไม่อุทธรณ์ให้ผู้เสียหายทราบ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่าการกระทำของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายฟ้องเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ โจทก์กล่าวในคำฟ้องอ้างเหตุที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ทำละเมิด ๒ ประการคือ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์ในคดี ที่โจทก์เป็นผู้เสียหายและจำเลยที่ ๓ ไม่แจ้งผลคำพิพากษาและความเห็นที่ไม่อุทธรณ์ให้โจทก์ทราบ เหตุประการแรกที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ มีความเห็นไม่อุทธรณ์คัดต้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีที่โจทก์เป็นผู้เสียหายนั้น เห็นว่าเป็นการใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ตามที่ประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๕ กำหนดให้อำนาจไว้จึงถือไม่ได้ว่าการไม่ใช้สิทธิของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ในคดีดังกล่าวเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ส่วนการแจ้งผลคำพิพากษาและความเห็นที่ไม่อุทธรณ์นั้นก็ไม่มีกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับกำหนดให้พนักงานอัยการต้องแจ้งให้ผู้เสียหายทราบ ฉะนั้นที่จำเลยที่ ๓ ไม่แจ้งผลคำพิพากษาและความเห็นที่ไม่อุทธรณ์ให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีทราบถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำโดยผิดกฎหมายเช่นกัน ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์และพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น จำเลยที่ ๑ เป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ ๒ ที ๓ เมื่อจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ไม่ได้กระทำการอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๑ ย่อมไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เช่นกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1739/2530 นายสง่า วัชราภรณ์ โจทก์ กรมอัยการ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสง่า วัชราภรณ์ · จำเลย - กรมอัยการ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ · คำนึง อุไรรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอุดม เฟื่องฟุ้ง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 2176/2554ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา