⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1790/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1790/2530

ป.พ.พ. ม.1654, 1658, 1713 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองไม่จำเป็นต้องให้แพทย์รับรองว่าผู้ทำพินัยกรรมมีสติสัมปชัญญะดีหรือไม่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้ทำพินัยกรรมมีความสามารถเพียงพอที่จะพิจารณาได้.

ย่อคำพิพากษา

การทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองซึ่งทำขึ้นโดยทางราชการแม้จะจัดทำในโรงพยาบาลก็ไม่จำต้องให้แพทย์รับรอง เพราะการจะพิจารณาว่าผู้ทำพินัยกรรมมีสติสัมปชัญญะดีหรือไม่ นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้ทำพินัยกรรมย่อมมีความรู้ความสามารถพอที่จะพิจารณาได้ คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกแม้มิได้ระบุเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกไว้ แต่ได้ระบุว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียและได้แนบสำเนาสูติบัตรของผู้รับพินัยกรรมมาให้เห็นว่าเป็นผู้เยาว์ ก็ถือว่าเป็นคำร้องที่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713(1) และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1654 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1658 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1654 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1658 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามที่ผู้ตายได้ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองกำหนดไว้ ผู้คัดค้านทั้งสี่คัดค้านว่า คำร้องของผู้ร้องไม่ระบุเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก จึงเป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 พินัยกรรมท้ายคำร้องเป็นพินัยกรรมที่ทำขึ้นขณะที่ผู้ทำพินัยกรรมไร้สติสัมปชัญญะ จึงเป็นโมฆะ ขอให้ยกคำร้องและแต่งตั้งผู้คัดค้านทั้งสี่ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ศาลชั้นต้นเห็นว่าผู้คัดค้านไม่มีส่วนได้เสียในกองมรดก ให้ยกคำร้องของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้รับคำร้องของผู้คัดค้านทั้งสี่ไว้ดำเนินการต่อไป ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาตั้งนางสง งามสง่า ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายสุบิน ภวภูตานนท์ ผู้วายชนม์ ผู้คัดค้านทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ความปรากฏต่อศาลฎีกาว่าผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่กรรม เนื่องจากสิทธิในการร้องขอตั้งและคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นสิทธิเฉพาะตัว จึงให้จำหน่ายคดีเฉพาะผู้คัดค้านที่ 1 เสียจากสารบบความ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ปัญหาว่า พินัยกรรมตามเอกสารหมาย จ.5 สมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าพินัยกรรมดังกล่าวเป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง ทำขึ้นโดยทางราชการ นายปิฎก สอนถมปลัดอำเภอผู้รับมอบอำนาจจากนายอำเภอ และนายเศรษฐสรรค์ ดิเรกศรีพนักงานเจ้าหน้าที่ของอำเภอผู้เขียนพินัยกรรม เบิกความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 283/2524 ของศาลชั้นต้นว่าขณะทำพินัยกรรม นายสุบินมีสุขภาพและสติสัมปชัญญะดีได้ลงชื่อในพินัยกรรมต่อหน้าพยาน ข้ออ้างของผู้คัดค้านว่าพินัยกรรมไม่สมบูรณ์ เพราะลายมือของผู้ทำพินัยกรรมไม่ใช่ลายมือของนายสุบินเป็นแต่เพียงความเข้าใจหรือสงสัยเท่านั้นไม่มีพยานคนใดยืนยันว่าไม่ใช่การที่พยานอ้างว่าไม่เหมือนกับลายมือนายสุบินที่ลงชื่อไว้ในครั้งก่อน ๆ ก็ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าเป็นลายมือปลอม เพราะขณะทำพินัยกรรมนายสุบินกำลังป่วย อาจเป็นผลทำให้ลายมือเปลี่ยนแปลงได้ แม้พินัยกรรมดังกล่าวกระทำที่โรงพยาบาลก็ไม่จำเป็นต้องให้นายแพทย์รับรอง เพราะการที่จะพิจารณาว่าผู้ทำพินัยกรรมมีสติสัมปชัญญะดีหรือไม่ นายอำเภอหรือปลัดอำเภอย่อมมีความรู้หรือความสามารถพอที่จะพิจารณาได้ จึงฟังได้ว่าพินัยกรรมตามเอกสารหมาย จ.5 เป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ปัญหาว่า คำร้องของผู้ร้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่และผู้ร้องหรือผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 สมควรเป็นผู้จัดการมรดก ตามคำร้องของผู้ร้องระบุว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ส่วนผู้รับพินัยกรรมแม้จะไม่ระบุว่าเป็นผู้เยาว์ แต่ท้ายคำร้องได้แนบสำเนาสูติบัตรไว้ด้วย เห็นได้ชัดว่าผู้รับพินัยกรรมเป็นผู้เยาว์ แม้ในคำร้องไม่ระบุเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกไว้ด้วย ก็เป็นคำร้องที่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้องที่อำนาจยื่นคำร้องได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1713(1) และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55เมื่อพินัยกรรมดังกล่าวกำหนดให้ผู้ร้องซึ่งเป็นมารดาของผู้รับพินัยกรรมที่เป็นผู้เยาว์เป็นผู้จัดการมรดกไว้แล้ว และผู้ร้องไม่ต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดกจึงเป็นผู้สมควรเป็นผู้จัดการมรดกยิ่งกว่าผู้คัดค้าน" ดังนั้น ปัญหาที่ว่าทรัพย์สินตามโฉนดที่ดินตามเอกสารหมาย จ.6, จ.7 และ ส.ค.1 เอกสารหมาย จ.8 ผู้คัดค้านมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วยหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1790/2530 นางสง งามสง่า ผู้ร้อง นางเจียร ภวภูตานนท์ กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางสง งามสง่า · ผู้คัดค้าน - นางเจียร ภวภูตานนท์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 359/2521ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 8747/2550ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ