⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 187/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 187/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาไปในทางสาธารณะเป็นความผิด จะอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่ได้ และการอ้างว่ามีไว้เพื่อป้องกันทรัพย์สินนั้น ไม่ถือว่ามีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์.

ย่อคำพิพากษา

มีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนนั้นไปในทางสาธารณะ ย่อมเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายจะอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่ได้ จำเลยขับรถยนต์บรรทุกใบยาไปส่งโรงบ่ม โดยวางอาวุธปืนไว้ใต้เบาะนั่งหน้ารถ อ้างว่าเพื่อป้องกันทรัพย์สินดังนี้ กรณีถือไม่ได้ว่ามีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ แต่เนื่องจากจำเลยเป็นผู้ประกอบอาชีพโดยสุจริตมีหน้าที่ขับรถบรรทุกใบยาไปส่งโรงบ่ม และไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้รอการลงโทษจำเลยไว้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.64

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนดังกล่าวไปตามทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญาอาญามาตรา 91, 371 ลงโทษฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน จำคุก 2 ปีปรับ 6,000 บาท ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะ จำคุก 1 ปีปรับ 2,000 บาท รวมจำคุก 3 ปี ปรับ 8,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 4,000 บาทให้รอโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกฐานมีอาวุธปืน 1 ปีฐานพาอาวุธปืน 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 9 เดือน ไม่รอการลงโทษและไม่ปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นซึ่งลงชื่อในคำพิพากษารับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีและพาอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน ของกลางเป็นการกระทำที่จำเลยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้พาติดตัวไปเพื่อป้องกันทรัพย์สินในขณะที่จำเลยขับรถยนต์บรรทุกใบยาไปส่งโรงบ่มใบยาวังธง เป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนและสมควรนั้นเห็นว่า อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ของกลาง เป็นอาวุธปืนที่ไม่มีหมายเลขทะเบียน ผู้ใดมีไว้ในครอบครองเป็นความผิดจำเลยจะอ้างว่า จำเลยมีไว้ในครอบครองโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ฟังไม่ขึ้น จำเลยวางอาวุธปืนไว้ใต้เบาะนั่งหน้ารถในขณะที่ขับรถบรรทุกใบยาไปส่งโรงบ่มใบยา ถือไม่ได้ว่ากรณีมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ที่จำเลยขอให้รอการลงโทษให้จำเลยนั้น เมื่อพิเคราะห์ถึงสภาพความผิดและพฤติการณ์โดยตลอดแล้ว เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ประกอบอาชีพโดยสุจริตมีหน้าที่ขับรถบรรทุกใบยาไปส่งโรงบ่มขณะเกิดเหตุได้ขับรถยนต์บรรทุกใบยาไปส่งโรงบ่มใบยาวังธง ปรากฏตามหนังสือรับรองของเจ้าของและผู้จัดการโรงบ่มใบยาวังธง จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนเห็นสมควรให้รอการลงโทษจำเลยไว้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษ โดยไม่รอการลงโทษให้จำเลยและไม่ปรับนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา กีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปีปรับ 6,000 บาท ฐานพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน จำคุก 6 เดือน ปรับ2,000 บาท รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 8,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 9 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 187/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด แพร่ โจทก์ นาย ชู ศักดิ์ เทพสาธร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด แพร่ · จำเลย - นาย ชู ศักดิ์ เทพสาธร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน นนทแก้ว · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 2266/2534ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 1594/2523ฎีกา 4018/2542ฎีกา 2994/2540ฎีกา 5093/2548ฎีกา 9575/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ