คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 194/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขาดงานติดต่อกันหลายวันโดยมีเหตุจำเป็นอันสมควร เช่น บุตรป่วย หรือภัยธรรมชาติที่ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ ไม่ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร
การไม่ยอมไปพบผู้จัดการฝ่ายบุคคล แม้จะเป็นการขัดคำสั่งนายจ้าง ก็ยังไม่ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่นายจ้างจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ หากนายจ้างไม่เคยตักเตือนเป็นหนังสือมาก่อน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ไม่ได้ไปทำงานตามปกติเป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน เนื่องจากในวันแรกบุตรของโจทก์ป่วยมากจำเป็นที่โจทก์ต้องคอยดูแล ส่วนอีกสองวันต่อมานั้นปรากฏว่าฝนตกมาก น้ำท่วมถนนสายที่โจทก์จะต้องเดินทางไปทำงานและโทรศัพท์เสียหายมาก โจทก์อยู่ไกลจากสถานที่ทำงาน ไม่สามารถเดินทางไปทำงานและแจ้งให้จำเลยทราบทางโทรศัพท์ได้ จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ได้ไปทำงานตามปกติเนื่องจากมีเหตุจำเป็น ถือได้ว่าเป็นกรณีมีเหตุอันสมควรมิใช่การละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์
เมื่อโจทก์มาทำงานแล้วได้ทราบว่า ผู้จัดการฝ่ายบุคคลมีคำสั่งให้โจทก์ไปพบ แต่โจทก์ไม่ยอมไปพบนั้น แม้จะเป็นการขัดคำสั่งของนายจ้างก็ตาม แต่ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่ร้ายแรง เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้เคยตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือแล้ว จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ขาดงานเกินกว่า ๓ วันทำงานซึ่งไม่เป็นความจริงโจทก์มีเหตุจำเป็นและได้แจ้งให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด และมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย ขอให้พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์
จำเลยให้การว่า โจทก์ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา ๓ วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร และขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายเป็นการผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลยอย่างร้ายแรง จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อวันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๒๙ โจทก์ไม่ได้ไปทำงานตามปกติ เนื่องจากในวันที่ ๘ บุตรของโจทก์ป่วยมาก จำเป็นที่โจทก์จะต้องคอยดูแลบุตรอย่างใกล้ชิด ส่วนในวันที่ ๙ และวันที่ ๑๐ นั้น ปรากฏว่าฝนตกมากในกรุงเทพมหานคร น้ำท่วมถนนสายที่โจทก์จะต้องเดินทางไปทำงานและโทรศัพท์เสียหายเป็นจำนวนมาก โจทก์อยู่ไกลจากสถานที่ทำงาน ไม่สามารถเดินทางไปทำงานและแจ้งให้จำเลยทราบล่วงหน้าทางโทรศัพท์ได้ เห็นว่าการที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ เพราะเหตุที่ไม่ได้ไปทำงานตามปกติเป็นเวลาสามวัน โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยหมวด ๘ ว่าด้วยการเลิกจ้างนั้น จะต้องเป็นกรณีละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร แต่ปรากฏว่าโจทก์ไม่ได้ไปทำงานตามปกติเนื่องจากมีเหตุจำเป็นอันมิใช่เป็นการจงใจละทิ้งหน้าที่การงานแต่อย่างใด ถือได้ว่าเป็นกรณีมีเหตุอันสมควร หาใช่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยดังที่จำเลยอ้าง ส่วนข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่า เมื่อโจทก์มาทำงานก็ได้ทราบแล้วว่าผู้จัดการฝ่ายบุคคลมีคำสั่งให้โจทก์ไปพบ แต่โจทก์ไม่ยอมไปพบนั้น แม้จะฟังว่าเป็นการขัดคำสั่งของนายจ้างก็ตาม แต่ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่ร้ายแรงอันไม่จำต้องตักเตือน เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้เคยตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือแล้วจำเลยจะเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยหาได้ไม่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโดยอาศัยเหตุดังกล่าวมาแล้วจำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 194/2530
นางสาววันทนา ชมบุญ โจทก์
บริษัทซีดาร์การ์เม้นท์ (ไทยแลนด์) จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาววันทนา ชมบุญ · จำเลย - บริษัทซีดาร์การ์เม้นท์ (ไทยแลนด์) จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายมงคล คุปต์กาญจนากุล · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา