⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2158/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2158/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ของมีค่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 620 หมายถึงทรัพย์สินที่มีคุณค่าอันมีลักษณะพิเศษทำนองเดียวกับเงินทอง ธนบัตร เป็นต้น ไม่รวมถึงทรัพย์สินตามธรรมดาทั่วไป แม้จะมีราคาสูงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คำว่า 'ของมีค่า' ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 620 หมายถึงทรัพย์สินที่มีคุณค่าอันมีลักษณะพิเศษทำนองเดียวกับเงินทองตรา ธนบัตร ฯลฯ เครื่องรับโทรทัศน์เป็นเพียงทรัพย์สินตามธรรมดาทั่ว ๆ ไปเท่านั้น ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างสูงก็ถือไม่ได้ว่าเป็นของมีค่าตามความหมายแห่งบทบัญญัติดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.620

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องรับโทรทัศน์ยี่ห้อโซนี่ชนิดสีขนาด ๑๔ นิ้ว ราคา ๑๑,๑๕๐ บาท เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๒๕ จำเลยซึ่งประกอบอาชีพรับขนคนโดยสารจากกรุงเทพ ฯ ไปยังจังหวัดเชียงใหม่ได้รับนางวิทราพันธ์ ถาวดีซึ่งเป็นตัวแทนและภริยาของโจทก์จากสถานีขนส่งหมอชิต พนักงานหรือตัวแทนของจำเลยได้รับมอบเครื่องเดินทางและเครื่องรับโทรทัศน์ดังกล่าวจากนางวิทราพันธ์ ครั้นรถโดยสารถึงจังหวัดเชียงใหม่ปรากฏว่าเครื่องรับโทรทัศน์สูญหายไป โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระราคาจำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาเครื่องรับโทรทัศน์เป็นเงิน ๑๑,๑๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของเครื่องรับโทรทัศน์จำเลยไม่เคยรับมอบเครื่องรับโทรทัศน์จากโจทก์หรือตัวแทนของโจทก์ เครื่องรับโทรทัศน์เป็นของมีค่าซึ่งโจทก์มิได้แจ้งราคาหรือสภาพแห่งของไว้ขณะส่งมอบแก่จำเลย ค่าเสียหายของโจทก์ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท แต่ตามเงื่อนไขความรับผิดของจำเลยกำหนดไว้ไม่เกิน ๓๐๐ บาทขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเครื่องรับโทรทัศน์ตามฟ้อง หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา ๑๑,๑๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า 'ของมีค่า' ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๒๐ หมายถึงทรัพย์สินที่มีคุณค่าอันมีลักษณะพิเศษทำนองเดียวกับเงินทองตรา ธนบัตร ธนาคารบัตร ตั๋วเงิน พันธบัตร ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ ประทวนสินค้า หรืออัญมณี เครื่องรับโทรทัศน์เป็นเพียงทรัพย์สินตามธรรมดาทั่ว ๆ ไปเท่านั้น ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างสูง ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นของมีค่าตามความหมายแห่งบทบัญญัติดังกล่าว แม้โจทก์มิได้บอกราคาหรือสภาพแห่งของไว้ในขณะที่ส่งมอบแก่จำเลยผู้ขนส่ง จำเลยก็ต้องรับผิดชดใช้ราคาเครื่องรับโทรทัศน์ให้โจทก์ตามฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2158/2530 นายปรีชา พลสวัสดิ์ โจทก์ บริษัทภูมินทร์ทัวร์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปรีชา พลสวัสดิ์ · จำเลย - บริษัทภูมินทร์ทัวร์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ · ศาลอุทธรณ์ - นายนิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3888/2537ฎีกา 1087/2517ฎีกา 3887/2534ฎีกา 1211/2518ฎีกา 2939/2524ฎีกา 5746/2553ฎีกา 1238/2536ฎีกา 7970/2549ฎีกา 1920/2546ฎีกา 2887/2541ฎีกา 468/2551ฎีกา 2717/2527ฎีกา 5136/2547ฎีกา 4663/2530ฎีกา 357/2502ฎีกา 3767/2537ฎีกา 1466/2498ฎีกา 6011/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา