⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8957/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8957/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การขับรถบรรทุกลากจูงด้วยความเร็วสูงในทางโค้งซึ่งยากแก่การควบคุมและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เมื่อเกิดอุบัติเหตุและไม่สามารถหยุดรถได้ทันจนเกิดความเสียหาย ถือเป็นความผิดของผู้ขับขี่ ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย * ข้อกำหนดในใบรับสินค้าที่จำเลยผู้ขนส่งลงลายมือชื่อฝ่ายเดียว โดยผู้ส่งมิได้ลงลายมือชื่อด้วย จะถือว่าผู้ส่งตกลงยอมรับข้อจำกัดความรับผิดของจำเลยโดยชัดแจ้งหาได้ไม่

ย่อคำพิพากษา

รถบรรทุกลากจูงรวมกับน้ำหนักของรถพ่วงและน้ำหนักของสินค้ารวมทั้งหีบห่อแล้วมีน้ำหนักมาก ประกอบกับความยาวของรถบรรทุกลากจูงเมื่อรวมกับความยาวของรถพ่วงแล้ว ย่อมมีความยาวมากกว่ารถยนต์บรรทุกทั่ว ๆ ไป ทำให้ยากแก่การบังคับและควบคุมรถ การห้ามล้อเพื่อจะหยุดรถต้องใช้ระยะเวลานานกว่าปกติ และต้องใช้ระยะทางห้ามล้อยาวกว่าปกติ แต่ อ. ยังขับรถบรรทุกลากจูงคันดังกล่าวด้วยความเร็วประมาณ 50 ถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งที่ถนนบริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้ง ย่อมทำให้เกิดแรงเหวี่ยงที่ส่วนท้ายบริเวณรถพ่วง ทำให้ยากแก่การควบคุมรถและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นข้างหน้า และไม่สามารถจะห้ามล้อหยุดรถบรรทุก ลากจูงได้ทันจนเกิดเหตุขึ้น เหตุที่เกิดขึ้นจึงมิใช่เหตุสุดวิสัย ตามสำเนาใบรับสินค้าของจำเลยผู้ขนส่งมีข้อความซึ่งมีลักษณะคล้ายใช้ตรายางประทับว่า สินค้าเสียหายหรือสูญหายให้แจ้งภายใน 7 วัน นับแต่วันได้รับสินค้า การชดใช้ค่าเสียหาย สูญหายตามความเป็นจริง แต่ต้องไม่เกินวงเงิน 30,000 บาท เอกสารนี้มีแต่ฝ่ายจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อไว้แต่ฝ่ายเดียว โดยมิได้ให้บริษัท ซ. ผู้ส่ง ลงลายมือชื่อไว้ด้วย จะถือว่าผู้ส่งตกลงยอมรับข้อจำกัดความรับผิดของจำเลยโดยชัดแจ้งแล้วหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.616 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.625

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินจำนวน ๔๙๖,๔๘๒.๙๑ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๔๖๘,๘๓๓.๓๓ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงิน ๕๗,๑๙๗.๔๔ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๓๗ เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๓,๐๐๐ บาท จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8957/2543 บริษัทซิกน่า ปรอปเปอร์ตี้ แอนด์ แคสชวลตี้ อินชัวรันส์ จำกัด โจทก์ บริษัทที. แอล. เอ็นเตอร์ไพรส์ (1991) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทซิกน่า ปรอปเปอร์ตี้ แอนด์ แคสชวลตี้ อินชัวรันส์ จำกัด · จำเลย - บริษัทที. แอล. เอ็นเตอร์ไพรส์ (1991) จำกัด
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แ - 000 บาท บริษัทซีเรียน อินเตอร์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4246/2542ฎีกา 105/2525ฎีกา 789/2531ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3926/2530ฎีกา 710/2542ฎีกา 1123/2519ฎีกา 400/2521ฎีกา 6231/2538ฎีกา 6795/2540ฎีกา 3887/2534ฎีกา 5809/2539ฎีกา 942/2531ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1107/2525ฎีกา 7164/2552ฎีกา 5746/2553ฎีกา 2230/2530ฎีกา 1238/2536ฎีกา 763/2522ฎีกา 7133/2538ฎีกา 8947/2542ฎีกา 2929/2537ฎีกา 2887/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา