⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2174/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2174/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้เงินแก่บุคคลอื่นเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการติดต่อกับผู้ใหญ่เพื่อช่วยเหลือให้เข้าทำงาน ไม่ถือเป็นการให้สินบนแก่เจ้าพนักงานหากไม่มีเจตนาให้ผู้รับนำเงินไปให้เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการมิชอบด้วยหน้าที่ ผู้ให้เงินจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานฉ้อโกงได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ร่วมให้เงินแก่จำเลยสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายกับค่าติดต่อกับผู้ใหญ่เพื่อช่วยเหลือโจทก์ร่วมให้เข้าทำงานเป็นพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมให้เงินไปเพื่อให้จำเลยนำไปให้เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการใด ๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ถือไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมได้ร่วมกับจำเลยนำสินบนไปให้แก่เจ้าพนักงานอันเป็นการใช้ให้กระทำผิดกฎหมาย โจทก์ร่วมย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายมีสิทธิร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงกับจำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นรวมการพิจารณาพิพากษา คดีสำนวนแรกศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วม ทั้งสองสำนวนโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83 ให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้เงินจำนวน 20,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้วางโทษจำคุกไว้มีกำหนดคนละหกเดือน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินจำนวน 20,000 บาท แก่โจทก์ร่วม จำเลยทั้งสองฎีกา ระหว่างฎีกา โจทก์ร่วมขอถอนคำร้องทุกข์เฉพาะจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ไม่คัดค้าน ศาลฎีกาให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยที่ 1 ฎีกาข้อแรกว่า โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายเพราะโจทก์ร่วมมีเจตนาร่วมกับนางยุพินกับพวกนำเงินสินบนไปให้เจ้าพนักงานกระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่เป็นการให้เพื่อทำผิดกฎหมายในการรับโจทก์ร่วมเข้าทำงานโดยไม่ต้องสอบศาลฎีกาเห็นว่า นายวิลัย ธีระราษฎร์ พยานโจทก์ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายสถานีรถไฟมาก่อนเบิกความว่า การทำงานในการรถไฟฯ มี 2 ประเภทถ้าเข้าเป็นนักเรียนจะมีการสอบคัดเลือก ถ้าเข้าเป็นคนงานทางแขวงจะเป็นผู้รับเข้าเอง โจทก์ร่วมว่า จำเลยบอกว่าเงินที่ได้รับจะนำไปเป็นค่าติดต่อกับผู้ใหญ่ให้เข้าทำงานและเป็นค่าใช้จ่าย นางเทพว่าตกลงเป็นค่าใช้จ่ายกับค่าติดต่อ ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมให้เงินไปเพื่อให้จำเลยนำไปให้เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการใด ๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมได้ร่วมกับจำเลยนำสินบนไปให้แก่เจ้าพนักงานอันเป็นการใช้ให้กระทำผิดกฎหมาย โจทก์ร่วมย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายมีสิทธิร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลย..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2174/2530 พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง นครสวรรค์ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นางสาว ศศิธร บุญ สุข โจทก์ นาง เรณ ภิริยะ แสง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง นครสวรรค์ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นางสาว ศศิธร บุญ สุข · จำเลย - นาง เรณ ภิริยะ แสง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 915/2566ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 6196/2534ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 389/2542ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5138/2537ฎีกา 5090/2565ฎีกา 2794/2516ฎีกา 1342/2530ฎีกา 276/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ