⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2268/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2268/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกเช็คหลายฉบับและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินทุกฉบับ ถือเป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยออกเช็คพิพาทรวม 3 ฉบับ เพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์แม้ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินไปในวันเดียวกันทุกฉบับ แต่การออกเช็คดังกล่าวเป็นการสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามจำนวนและวันที่ที่ปรากฏในเช็ค ซึ่งจำเลยผู้ออกเช็คอาจมีเงินจ่ายตามเช็คหรือมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างกันได้การที่จำเลยออกเช็คหลายฉบับและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินดังกล่าว จึงเป็นการกระทำผิดหลายกรรม ศาลต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์อันเป็นการยืนยันว่าจำเลยมีเจตนาจะใช้เช็คนั้นชำระหนี้แม้จะมิได้ระบุว่าชำระหนี้ในมูลหนี้อะไรก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะเป็นรายละเอียดที่จะนำสืบในชั้นพิจารณา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ออกเช็ครวม ๓ ฉบับ ลงวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๒๗ จำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ลงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๒๓ จำนวนเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท และลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๒๗ จำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ชำระหนี้แก่โจทก์ เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๒๗ โจทก์นำเช็คดังกล่าวเข้าเรียกเก็บแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งสามฉบับ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว สั่งคดีมีมูล จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสามกระทง จำคุกกระทงละ ๒ เดือน รวมจำคุก ๖ เดือนจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน จำเลยฎีกา ในปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพียงกรรมเดียว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำเลยเป็น ๓ กระทงโดยถือว่าเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันจึงมิชอบนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแม้ธนาคารจะได้ปฏิเสธการจ่ายเงินไปในวันเดียวกันทั้งหมดทุกฉบับก็ตามแต่การออกเช็คดังกล่าวเป็นการสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามจำนวนและวันที่ที่ปรากฏในเช็ค ซึ่งจำเลยผู้ออกเช็คอาจมีเงินจ่ายตามเช็ค หรือมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างแยกจากกันได้ การที่จำเลยออกเช็คหลายฉบับ และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินดังกล่าวแล้วจึงเป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ในปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้อะไร จึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็คพิพาทดังกล่าวชำระหนี้แก่โจทก์ อันเป็นการยืนยันว่าจำเลยมีเจตนาจะใช้เช็คนั้นชำระหนี้แม้จะมิได้ระบุว่าชำระหนี้ในมูลหนี้อะไรก็ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม เพราะเป็นรายละเอียดที่จะนำสืบในชั้นพิจารณา ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2268/2530 นางทิลา ประยงค์รัตน์ โจทก์ นางสมจิต จันทนพรชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทิลา ประยงค์รัตน์ · จำเลย - นางสมจิต จันทนพรชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายทองหล่อ โฉมงาม · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3145/2524ฎีกา 67/2490ฎีกา 2544/2529ฎีกา 918/2534ฎีกา 671/2516ฎีกา 160/2533ฎีกา 679/2485ฎีกา 2254/2521ฎีกา 1504/2536ฎีกา 2486/2558ฎีกา 766/2517ฎีกา 443/2489ฎีกา 1051/2510ฎีกา 251/2524ฎีกา 7407/2553ฎีกา 2041/2533ฎีกา 2560/2544ฎีกา 2676/2531ฎีกา 2690/2535ฎีกา 2750/2543ฎีกา 4825/2553ฎีกา 852/2490ฎีกา 1222/2519ฎีกา 332/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา