⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2378/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2378/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลจะฟ้องคดีต่อเจ้าพนักงานได้นั้น จะต้องปรากฏว่าเจ้าพนักงานได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของบุคคลนั้น หรือได้กระทำการอันเป็นการละเมิดสิทธิของบุคคลนั้น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานส่งคืนที่ดินส่วนที่โจทก์ครอบครอง กับเพิกถอนคำสั่งหรือพระราชกฤษฎีกาของจำเลยที่เพิกถอนเอกสารสิทธิในที่ดินของโจทก์ และขอให้ขับไล่บุคคลที่จำเลยจัดสรรให้ครอบครองที่ดิน แต่ตามฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แย่งสิทธิครอบครองที่ดินของโจทก์ และไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เสียสิทธิในที่ดินที่ครอบครองให้แก่บุคคลอื่นหรือ ได้มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิในการครอบครองที่ดิน ทั้งโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า ในกรณีดังกล่าวจำเลยได้กระทำหรือร่วมกับผู้อื่นกระทำให้โจทก์เสียหายอย่างใดบ้าง จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดินตาม ล.ค.๑ น.ส.๓ ก.และ น.ส.๓ ในเขตตำบลโนนชัยศรี อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด และกระทรวงมหาดไทยได้จดทะเบียนให้เป็นที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ครั้นปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ได้มีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพที่ดินดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ โจทก์จึงร้องเรียนต่อจำเลยขออย่าได้รบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์และมีเจ้าพนักงานที่ดินผู้ใต้บังคับบัญชาของจำเลยตอกเสาเข็มลงในที่ดินใกล้ที่ดินของโจทก์และแจ้งว่าที่ดินของโจทก์อยู่ในเขตตามพระราชกฤษฎีกา เป็นการละเมิดสิทธิครอบครองที่ดินของโจทก์ พระราชกฤษฎีกาจึงไม่ชอบ ขอให้จำเลยส่งคืนที่ดินที่โจทก์ครอบครอง ให้เพิกถอนคำสั่งหรือพระราชกฤษฎีกาของจำเลย ให้ขับไล่บุคคลที่จำเลยจัดสรรให้ครอบครองที่ดิน ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รับฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ไว้พิจารณา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหามีว่า ฟ้องโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ นั้น ชอบที่ศาลจะดำเนินการพิจารณาต่อไปหรือไม่ เห็นว่า ตามฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้แย่งสิทธิครอบครองที่ดินโจทก์อย่างไรซึ่งจะเป็นเหตุให้โจทก์ขอให้บังคับจำเลยส่งคืนที่ดินตามคำขอท้ายฟ้อง และก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เสียที่ดินที่ครอบครองอยู่ให้แก่บุคคลอื่นไป หรือได้มีการเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในการครอบครองที่ดินของโจทก์แต่อย่างใดเช่นกัน การที่โจทก์อ้างว่านายคมสันกับพวกซึ่งเป้นเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ ๒ ได้ตอกเข็มลงในที่ดินใกล้บริเวณที่ดินของโจทก์ ก็มิได้เป็นการกระทำภายในที่ดินซึ่งโจทก์ครอบครอง และการที่นายคมสันกับพวกได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่า ที่ดินของโจทก์อยู่ในอาณาเขตตามพระราชกฤษฎีกานั้นอาจเป็นเพียงความเห็นหรือการคาดคะเนของบุคคลดังกล่าว ไม่มีพฤติการณ์ที่สนับสนุนให้เห็นว่าเป็นจริงเช่นนั้น ทั้งโจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่นายคมสันกับพวกแจ้งแก่โจทก์นั้นโดยเฉพาะโจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นเหตุทำให้โจทก์เสียหายอย่างใดบ้าง จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้โต้แย้งสิทธิหน้าที่ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ไม่จำต้องดำเนินการพิจารณาต่อไป ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2378/2530 นายบุญมา ตรีโอษฐ์ กับพวก โจทก์ นายอำเภอโพนทอง ฯ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญมา ตรีโอษฐ์ กับพวก · จำเลย - นายอำเภอโพนทอง ฯ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - ( อ่านไม่ออก ) · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา