⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2761/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2761/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาที่ยังไม่ได้ชำระ ย่อมตกทอดแก่ทายาท และทายาทมีสิทธิขอเข้าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อรับชำระหนี้แทนได้ โดยไม่จำต้องยื่นคำร้องภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

สิทธิของโจทก์ที่จะได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษามีอยู่ก่อนโจทก์ถึงแก่กรรม ย่อมตกทอดได้แก่ทายาทผู้ร้องเป็นทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิที่จะขอเข้าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เพื่อรับชำระหนี้แทนโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และการยื่นคำร้องดังกล่าวไม่จำต้องยื่นภายใน 1 ปี นับแต่โจทก์มรดณะ ตามบทบัญญัติมาตรา 42 วรรคแรกแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้กู้ชำระเงินตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ย ถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันชำระแทน นางเบญจพัฒน์ สุวงศ์ ยื่นคำร้องว่าโจทก์ซึ่งเป็นบิดาของผู้ร้องได้ถึงแก่กรรม คดีอยู่ระหว่างการบังคับ ซึ่งจำเลยยังชำระหนี้ให้โจทก์ไม่หมดจำเลยไม่ยอมชำระโดยอ้างว่าขอให้มีผู้รับมรดกความเสียก่อน ผู้ร้องเป็นทายาทโดยธรรม จึงขอรับมรดกความของโจทก์เพื่อดำเนินการบังคับคดีต่อไป จำเลยที่ ๑ ไม่คัดค้าน จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีอำนาจขอเข้ารับมรดกความ หรือเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ เพราะผู้ร้องมิใช่ทายาทของโจทก์ และล่วงเลยเวลาที่จะยื่นคำร้องขอเข้ารับมรดกความและจะต้องยื่นก่อนศาลพิพากษาโจทก์ถึงแก่กรรมหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจขอรับมรดกความ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ผู้ร้องเป็นผู้รับมรดกของโจทก์ที่จะดำเนินการบังคับคดีได้ต่อไป จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาในชั้นนี้ว่า ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยคดีนอกเหนือไปจากประเด็นตามคำร้องหรือไม่ ผู้ร้องจะต้องยื่นคำร้องภายในกำหนด ๑ ปี นับแต่โจทก์ถึงแก่กรรมหรือไม่ผู้ร้องเป็นทายาทซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกจากโจทก์หรือไม่สำหรับปัญหาข้อแรกได้พิเคราะห์คำร้องของผู้ร้องแล้วเห็นว่าวัตถุประสงค์ของผู้ร้องก็เพื่อมีสิทธิที่จะรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งโจทก์มีสิทธิที่จะได้รับจากจำเลยทั้งสอง สิทธิดังกล่าวโจทก์มีอยู่ก่อนถึงแก่กรรมเมื่อโจทก์ตายสิทธิดังกล่าวย่อมตกทอดได้แก่ทายาท การที่ผู้ร้องใช้ถ้อยคำในหัวข้อคำร้องว่ารับมรดกความ เป็นเพียงการใช้ถ้อยคำที่ผิดพลาดไป เมื่อใจความตามคำร้องพอแปลได้ว่าเป็นการขอบังคับคดีต่อไปหลังจากโจทก์ถึงแก่กรรมแล้ว เพราะผู้ร้องเป็นบุตรและเป็นทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิที่จะขอเข้าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อรับชำระหนี้แทนโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๙๙ ศาลล่างทั้งสองจึงหาทำคำสั่งหรือคำพิพากษานอกเหนือไปจากคำร้องไม่ เมื่อถือว่าศาลล่างทั้งสองมิได้ทำคำสั่งหรือคำพิพากษานอกเหนือจากคำร้อง เพราะตามคำร้องเป็นเรื่องการขอรับมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๙๙ แล้ว การยื่นคำร้องดังกล่าวจึงไม่จำต้องยื่นภายใน ๑ ปี นับแต่โจทก์มรณะตามบทบัญญัติมาตรา ๔๒ วรรคแรกแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2761/2530 นายเฉลิม นาคะตะ โจทก์ นางเบญจพัฒน์ สุวงศ์ ผู้ร้อง นางเตียง แซ่เซีย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเฉลิม นาคะตะ · ผู้ร้อง - นางเบญจพัฒน์ สุวงศ์ · จำเลย - นางเตียง แซ่เซีย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยรรยง อิทธิพงษ์ · เสนอ ศรนิยม · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายกิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย กันนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1010/2539ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 7732/2552ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 4303/2530ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 1250/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา