⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2860/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2860/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะ ทางภารจำยอม หรือทางจำเป็น เป็นเพียงข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ซึ่งศาลจะพิจารณาต่อไปว่าความจริงเป็นอย่างไร การบรรยายฟ้องเช่นนี้ถือว่าแจ้งชัดตามที่โจทก์จะกระทำได้ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ และไม่เคลือบคลุม.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ทางพิพาทนอกจากเป็นถนนสาธารณะแล้วยังเป็นทางภารจำยอมและทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ จำเลยทำรั้วปิดกั้นทางพิพาทโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย ขอให้รื้อรั้วและทำสภาพที่ดินให้เหมือนเดิม ดังนี้ ข้อหาตามฟ้องคือจำเลยปิดกั้นทางพิพาทโดยจำเลยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย และคำขอบังคับคือให้จำเลยรื้อรั้วและทำสภาพที่ดินให้เหมือนเดิม ส่วนข้อความที่ว่าทางพิพาทเป็นถนนสาธารณะ เป็นทางภารจำยอม และเป็นทางจำเป็น เป็นเพียงข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ศาลจะต้องพิจารณาต่อไปว่าความจริงเป็นอย่างไร คำบรรยายฟ้องของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการบรรยายโดยแจ้งชัดเท่าที่โจทก์จะกระทำได้ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ตามนัยแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 172 ฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ทางพิพาทเป็นถนนสาธารณะ เป็นทางภารจำยอม และเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ จำเลยทำรั้วปิดกั้นโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย ขอให้รื้อถอนรั้วและใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะบรรยายฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทั้งทางสาธารณะ ทางภารจำยอมและทางจำเป็น ซึ่งจะเป็นทั้งสามประการย่อมไม่ได้ มูลข้อเท็จจริงผิดกัน เป็นฟ้องที่ไม่แจ้งชัด ยากที่จำเลยจะแก้ข้อหาได้ถูกต้อง ในวันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นสั่งงดชี้สองสถานกับงดสืบพยาน แล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามฟ้องโจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์และคนในที่ดินโจทก์ใช้ถนนสายตลาดนอกท่า-บ้านพรุชลใต้ ซึ่งเป็นถนนสาธารณะที่โจทก์และประชาชนทั่วไปใช้สัญจรไม่น้อยกว่า 50 ปีแล้วเป็นเส้นทางคมนาคมจากบ้านพรุชนใต้ออกมายังถนนหลวงสายนครศรีธรรมราช-นบพิตำ ข้อความตอนนี้แสดงว่า ถนนสายตลาดนอกท่า-บ้านพรุชนใต้ เป็นทางสาธารณะ และที่ระบุว่าโจทก์และประชาชนทั่วไปใช้สัญจรไม่น้อยกว่า50 ปีแล้ว แสดงว่าโจทก์ได้สิทธิภารจำนอมเหนือทางพิพาท ส่วนทางพิพาทจะเป็นที่ดินที่มีเจ้าของหรือทางสาธารณะเป็นอีกปัญหาหนึ่ง และฟ้องโจทก์มีข้อความตอนต่อไปว่า นอกจากใช้ถนนสาธารณะสายตลาดนอกท่า-บ้านพรุชลใต้เป็นเส้นทางคมนาคมสู่ที่อื่น ๆ ได้แล้ว โจทก์ไม่มีเส้นทางใดอีกเลย ซึ่งแสดงว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็น ข้อความที่โจทก์บรรยายมาทั้งหมดเป็นเพียงข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเท่านั้น ข้อหาตามฟ้องโจทก์คือจำเลยมาปิดกั้นทางพิพาทโดยจำเลยไม่มีสิทธิตามกฎหมายและคำขอบังคับโจทก์คือ ให้จำเลยรื้อรั้วและทำสภาพที่ดินให้เหมือนเดิม ข้ออ้างที่เป็นหลักแห่งข้อหาทั้งสามประการ เป็นเรื่องที่ศาลจะต้องพิจารณาต่อไปว่าความจริงเป็นอย่างไรอาจจะเป็นเพียงประการเดียวหรือทั้งสามประการก็ได้ ศาลฎีกาเห็นว่าคำบรรยายฟ้องว่าโจทก์ในคดีนี้เป็นการบรรยายฟ้องโดยแจ้งชัดเท่าที่โจทก์จะกระทำได้ตามข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏ ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 ชอบที่ศาลจะดำเนินคดีของโจทก์ต่อไป ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมชอบแล้ว" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2860/2530 นาย พร้อม กิจ เกตุ โจทก์ นาง เพิ่ม นนทเภท กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย พร้อม กิจ เกตุ · จำเลย - นาง เพิ่ม นนทเภท กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1962/2548ฎีกา 977/2543ฎีกา 1534/2565ฎีกา 767/2518ฎีกา 4300/2543ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 609/2522ฎีกา 2320/2543ฎีกา 4415/2528ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 6039/2537ฎีกา 1896/2492ฎีกา 377/2536ฎีกา 1036/2506ฎีกา 991/2548ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ