⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2926/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2926/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องขับไล่บุคคลภายนอกที่เข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกได้ จนกว่าการจัดการมรดกจะเสร็จสิ้น. การครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ไม่ทำให้ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น หากทรัพย์สินนั้นเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยการเช่า.

ย่อคำพิพากษา

พินัยกรรมตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดก กำหนดให้โจทก์ดำเนินการแบ่งแยกที่ดินมรดกให้ทายาทผู้ตายโดยให้มีถนนเข้าสู่ที่ดินทุกแปลง เมื่อโจทก์เพียงแต่โอนที่ดินใส่ชื่อทายาทของผู้ตายลงในโฉนด แต่ยังมิได้จัดการแบ่งแยกที่ดินและทำถนนการจัดการมรดกจึงยังไม่เสร็จสิ้น โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินอันเป็นมรดกของผู้ตายได้ เมื่อจำเลยเป็นผู้เช่าที่ดินพิพาท แม้จำเลยจะครอบครองที่ดินนั้นติดต่อกันมาเกิน 10 ปีก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1719 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1736

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองออกจากที่ดินที่เช่า ชำระค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ โจทก์ได้โอนที่พิพาทให้แก่ทายาทของผู้ตายแล้ว จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ ขอให้พิพากษาว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายบริวารออกไปจากที่ดินที่เช่า ชำระค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายธวัชผู้ตายได้ทำพินัยกรรมกำหนดให้โจทก์เป็นผู้จัดการแบ่งทรัพย์สินของนายธวัชให้เป็นไปตามพินัยกรรม นอกจากที่ดินแล้วนายธวัชยังมีทรัพย์สินอีกหลายอย่างที่โจทก์จะต้องจัดการ ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่นายธวัชทำพินัยกรรมยกให้แก่บุตรทั้งสามคนของตน ซึ่งตามพินัยกรรมนอกจากจะยกที่ดินให้แก่บุตรแล้วยังกำหนดให้แบ่งที่ดินโดยให้มีถนนเข้าทุกแปลงด้วย โจทก์เพียงแต่โอนที่ดินใส่ชื่อบุตรทั้งสามของนายธวัชลงในโฉนดที่ดินเท่านั้น ยังมิได้จัดการแบ่งแยกที่ดินและทำถนนเข้าที่ดินทุกแปลงตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม จึงถือว่าการจัดการมรดกของโจทก์ยังไม่เสร็จสิ้นเมื่อจำเลยไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินดังกล่าว โจทก์อ้างว่าการทำถนนต้องผ่านบ้านของจำเลยที่ ๑ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ครอบครองอยู่ดังนั้นโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินพิพาทได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเช่าที่ดินพิพาทจากนายธวัชแม้จำเลยทั้งสองจะครอบครองที่ดินพิพาทติดต่อกันมาเกิน ๑๐ ปีก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ดังจำเลยต่อสู้ จำเลยจึงต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท และชำระค่าเช่าที่ค้างกับชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2926/2530 นางประยงค์ ขำศรี โจทก์ นายภูผา มะโนทัย ที่ 1 นายภานุ มะโนทัย ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประยงค์ ขำศรี · จำเลย - นายภูผา มะโนทัย ที่ 1 นายภานุ มะโนทัย ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสงี่ยม ทวีชัยการ · ยนต์ พิรวินิจ · พลจิตต์ ดียืน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายปรีชา ชนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร จันทรศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4415/2528ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา