⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3012/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3012/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่ากระทำลงไปเพราะเมาสุราขาดสติสัมปชัญญะ ไม่สามารถนำมาอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้หากไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ในชั้นพิจารณา และการกระทำที่ใช้ขวานฟันผู้เสียหายที่ศีรษะเต็มแรงจนอาจถึงตายได้ ถือเป็นเจตนาฆ่า.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้ขวานฟันพยายามฆ่าผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาโดยอ้างแต่เพียงว่า กระทำลงไปเพราะเมาสุราขาดสติสัมปชัญญะ ทั้งไม่ติดใจสืบพยานจำเลย เช่นนี้ จำเลยจะยกกล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ว่าไม่เจตนาฆ่าผู้เสียหาย ไม่ได้ฟันแรงนัก ไม่ได้ จำเลยใช้ขวานด้ามยาว 12 นิ้ว คมขวานกว้าง 2.8 นิ้ว ฟันผู้เสียหายทั้งสองที่ศีรษะเต็มแรง แต่ผู้เสียหายทั้งสองหลบทัน คมขวานพลาดศีรษะแต่เกิดบาดแผลซึ่งอาจทำให้ถึงตายได้ และจำเลยยังทำท่าจะฟันซ้ำอีก เช่นนี้จำเลยมีเจตนาฆ่า การกระทำของจำเลยจึงเป็นการพยายามฆ่าผู้เสียหายทั้งสองมิใช่เพียงแต่ทำร้ายร่างกายเท่านั้น.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.298

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้ขวานฟันนายจรัญ และนายปั๋นแก้ว ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านในขณะกระทำการตามหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยเจตนาฆ่าแต่การกระทำไม่บรรลุผลเพราะนายจรัญหลบหนีได้ทันและนายปั๋นแก้วมีบาดแผลที่แพทย์รักษาได้ ทันท่วงที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๙๑, ๒๘๘, ๒๘๙ ที่แก้ไขแล้ว และริบขวานของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๐, ๙๑ ที่แก้ไขแล้ว ให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นจำคุก ๕ ปี ฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่จำคุก ๒๕ ปี รวม ๒ กระทง จำคุกสามสิบปีของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๒๙๘, ๙๑ ให้ลงโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ มีกำหนด ๖ เดือน และลงโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๘ มีกำหนด ๑ ปี ๖ เดือน รวมเป็นจำคุก ๒ ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า คืนเกิดเหตุจำเลยเมาสุราไปชวนนายจรัญ ผู้เสียหายไปเล่นไพ่ นายจรัญปฏิเสธ จำเลยก็กลับไป ต่อมานายจรัญกับนายดวงคำ จะไปดูลิเกที่วัดน้ำดิบ เมื่อไปถึงประตูโรงเรียนบ้านน้ำดิบ จำเลยซึ่งมาดักอยู่ที่รั้วโรงเรียนพร้อมกับถือขวานออกมาจากข้างทาง เงื้อมือที่ถือขวานขึ้นสูงฟันนายจรัญเต็มแรงนายจรัญหลบ ขวานที่จำเลยฟันถูกบริเวณกระหม่อมข้างซ้ายเป็นแผลลึกครึ่งเซนติเมตร ยาว ๒ เซนติเมตร จำเลยทำท่าจะฟันซ้ำ นายจรัญวิ่งหนี จำเลยจะทำร้ายนายดวงคำอีก นายดวงคำวิ่งหนี ขณะนั้นนายปั๋นแก้วผู้ใหญ่บ้านซึ่งไปรักษาความสงบในงานที่วัดน้ำดิบและแต่งเครื่องแบบไปด้วย เห็นเหตุการณ์เช่นนั้นจึงเข้าไปร้องบอกจำเลยว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านเพื่อจะเข้าจับกุมจำเลย จำเลยเงื้อขวานขึ้นสุดแขนฟันนายปั๋นแก้วเต็มแรง นายปั๋นแก้วหลบไม่พ้น คมขวานถูกบริเวณหูซ้ายมีบาดแผลยาวประมาณ ๕ เซนติเมตร ใบหูขาดห้อยติดอยู่และมีบาดแผลติดต่อมาถึงลำคอบริเวณหลังหูซ้ายยาวประมาณ ๖ เซนติเมตร บาดแผลลึกถึงกล้ามเนื้อ นายปั๋นแก้วเข้ากอดปล้ำแย่งขวานจับตัวจำเลยไว้ได้ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้คงมีว่า การกระทำของจำเลยเป็นการพยายามฆ่าหรือทำร้ายร่างกาย เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยพยายามฆ่านายจรัญและพยายามฆ่านายปั๋นแก้ว เจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาเพียงแต่อ้างว่า กระทำลงไปเพราะเมาสุราขาดสติสัมปชัญญะเท่านั้น ทั้งไม่ติดใจสืบพยานจำเลย การที่จำเลยมากล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ว่าไม่เจตนาฆ่าผู้เสียหายทั้งสอง ไม่ได้ฟันแรงนักจึงฟังไม่ขึ้น และเมื่อพิเคราะห์ถึงการที่จำเลยใช้ขวานด้ามยาว ๑๒ นิ้ว คมขวานกว้าง ๒.๘ นิ้ว ฟันผู้เสียหายทั้งสองที่ศีรษะเต็มแรง แต่ผู้เสียหายทั้งสองหลบทัน คมขวานจึงพลาดไปก่อให้เกิดบาดแผลดังที่โจทก์นำสืบ นายสุชาติ แพทย์ผู้ตรวจชันสูตรบาดแผลผู้เสียหายทั้งสองเบิกความว่า บาดแผลของนายจรัญถ้าโดนฟันแรงกระโหลกศีรษะแตกร้าวเลือดออกมากก็อาจถึงตายได้ ส่วนบาดแผลของนายปั๋นแก้วถ้าเป็นบาดแผลตั้งฉากลึกเข้าไปตรงหูอาจทะลุถึงกระโหลกศีรษะทำให้กระโหลกศีรษะแตกร้าว อาจถึงตายได้ถ้ารักษาไม่ทัน แผลที่ลำคอถ้าลึกกว่านี้อีกเล็กน้อยถึงเส้นเลือดใหญ่ ก็อาจถึงตายได้ หลังจากฟันนายจรัญแล้วจำเลยยังทำท่าจะฟันซ้ำอีก การกระทำของจำเลยจึงเป็นการพยายามฆ่าผู้เสียหายทั้งสอง พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3012/2530 พนักงานอัยการ จังหวัดลำพูน โจทก์ นายประชัน เตชาวงศ์ หรือเตชาวงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดลำพูน · จำเลย - นายประชัน เตชาวงศ์ หรือเตชาวงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายสุพล พันธุ์มโน · ศาลอุทธรณ์ - นายจิระ บุญพจนสุนทร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 789/2480ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 848/2545ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 16889/2555ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา