⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3052/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3052/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขับรถด้วยความเร็วที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่เหมาะสมกับสภาพถนนหรือสถานการณ์ที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ถือเป็นความประมาทได้ และการที่รถคันอื่นแล่นตัดหน้าไปแล้ว ควรชะลอความเร็วหรือหยุดรถได้โดยไม่จำเป็นต้องหักหลบจนเกิดอุบัติเหตุ

ย่อคำพิพากษา

พ. ขับรถยนต์ด้วยความเร็ว 50 - 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ไม่เกินอัตราตามที่กฎหมายกำหนด แต่ตรงที่เกิดเหตุมีทางแยกจะต้องขับรถให้ช้าลงกว่านี้อีก การที่ พ. ขับรถด้วยความเร็วดังกล่าวและขณะที่ขับรถมาใกล้จะถึงที่เกิดเหตุก็ได้เห็นรถที่จอดรออยู่ตรงเกาะกลางถนนแล้ว ก็น่าจะชะลอความเร็วของรถลงบ้างหรือมิฉะนั้นเมื่อเห็นมีรถซึ่งรออยู่ตรงเกาะกลางถนนแล่นตัดหน้าไปคันหนึ่งแล้ว ก็ควรห้ามล้อให้รถชะลอความเร็วลงได้ โดยไม่จำเป็นต้องหักรถหลบไปจนปีนเกาะกลางถนนดังนี้ถือได้ว่า พ. มีส่วนประมาทด้วย คดีก่อนพนักงานอัยการฟ้อง พ. ว่าขับรถยนต์โดยประมาทตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฝ่ายเดียว จำเลยไม่ได้ถูกฟ้องด้วย ดังนี้แม้ในคดีดังกล่าวศาลจะวินิจฉัยว่าไม่อาจถือว่าพ. ขับรถโดยประมาทก็ตาม การพิพากษาคดีนี้ก็ไม่จำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีก่อน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.424 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับประกันภัยรถยนต์เก๋งยี่ห้อดัทสันหมายเลขทะเบียน ๒ ง-๔๐๓๓ กรุงเทพมหานคร ไว้จากนายพรเทพเจ้าของรถ จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากันและเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าหมายเลขทะเบียน ๙ ก-๘๑๔๕ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๒๔ นายพรเทพได้ขับรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ๒ ง-๔๐๓๓ ตามถนนรามคำแหงจากบางกะปิมุ่งหน้าไปทางคลองตันด้วยความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ด้วยความระมัดระวัง ครั้นใกล้จะถึงปากซอยอุดมยศจำเลยที่ ๑ ซึ่งขับรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ๙ ก-๘๑๔๕ วิ่งสวนมาจากคลองตัน มุ่งหน้าไปทางบางกะปิด้วยความเร็วสูงปราศจากความระมัดระวังเลี้ยวขวากลับรถอ้อมเกาะ กลางถนนเข้าถนนทางตรงเพื่อไปทางคลองตันตัดหน้ารถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ๒ ง-๔๐๓๓ ในระยะกระชั้นชิด นายพรเทพจึงห้ามล้อและหักหลบไปทางขวาโดยกะทันหัน ทำให้รถยนต์เก๋งคันหมายเลขทะเบียน ๒ ง-๔๐๓๓ เสียหลักพุ่งเข้าชนเกาะกลางถนนได้รับความเสียหายโจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถคันที่รับประกันภัย รวมเป็นเงิน ๒๓,๗๕๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ ถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน ๒๕,๒๓๔ บาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันใช้ค่าดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๒๓,๗๕๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ มิได้ขับรถโดยประมาท ฝ่ายโจทก์เป็นผู้ขับรถด้วยความเร็วสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแข่งกับรถคันอื่นแล้วแซงรถโดยสารประจำทางโดยประมาททำให้ไม่เห็นรถของจำเลย เมื่อเห็นรถของนายสรายุทธชนท้ายรถของจำเลยที่ ๑ จึงตกใจหักหลบข้ามเกาะไปเอง โจทก์เสียหายไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาทขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินให้โจทก์ ๑๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ จนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๙ก-๘๑๔๕ จากคลองตันเลี้ยวกลับอ้อมเกาะกลางถนนเพื่อไปทางคลองตันตัดหน้ารถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๒ง-๔๐๓๓ ที่นายพรเทพขับมาจากทางบางกะปิจะไปทางคลองตัน นายพรเทพจึงหักรถหลบไปทางขวาปืนข้ามเกาะกลางถนนไปในช่องทางเดินรถอีกด้านหนึ่ง ทำให้รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๒ง-๔๐๓๓ ของนายพรเทพ ซึ่งโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหายโจทก์ได้ทำการซ่อมแซมให้แล้วคงมีปัญหาว่านายพรเทพมีส่วนขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายด้วยเพียงใดหรือไม่นั้น เมื่อพิจารณาตามแผนที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.๑ ในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๘๐๗๖/๒๕๒๖ ของศาลแขวงพระนครเหนือปรากฏว่าตรงที่เกิดเหตุมีทางแยกเข้าซอยอุดมยศ รถที่จำเลยที่ ๑ ขับเลยเข้าช่องทางเดินรถช่องที่ ๑ ติดทางเท้าด้านซอยอุดมยศแล้วจึงถูกรถคันที่นายสรายุทธขับชนท้ายด้านขวา ส่วนนายพรเทพขับรถอยู่ในช่องทางเดินรถช่องที่ ๓ ติดเกาะกลางถนน รถที่จำเลยที่ ๑ ขับผ่านหน้ารถที่นายพรเทพขับไปแล้วรถที่นายพรเทพขับจึงปืนเกาะกลางถนนเข้าไปในช่องทางเดินรถด้านที่วิ่งสวนทางมา หากนายพรเทพขับช้าลงสักเล็กน้อยก็ไม่จำเป็นต้องหลบไปทางขวาแม้จะฟังว่านายพรเทพขับรถด้วยความเร็ว ๕๐-๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งไม่เกินกำหนดที่กฎหมายบังคับให้วิ่งในเขตกรุงเทพมหานครได้ ต่ตรงที่เกิดเหตุมีทางแยกจะต้องขับรถให้ช้าลงกว่านี้อีกการที่นายพรเทพขับรถด้วยความเร็วดังกล่าวและขณะที่ขับรถมาใกล้จะถึงที่เกิดเหตุก็ได้เห็นรถที่จอดรออยู่ตรงเกาะกลางถนนแล้ว ก็น่าจะชะลอความเร็วของรถลงบ้างหรือมิฉะนั้นเมื่อเห็นมีรถขับตัดหน้าไปแล้วก็ควรห้ามล้อให้รถชะลอความเร็วลงได้โดยไม่จำเป็นต้องหักรถหลบไปจนปีนเกาะกลางถนน แต่ตามแผนที่เกิดเหตุไม่มีรอยห้ามล้อของรถคันที่นายพรเทพขับเลย ถือได้ว่านายพรเทพมีส่วนประมาทด้วย ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลแขวงพระนครเหนือได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงเป็นที่สุดแล้วว่า ไม่อาจถือได้ว่านายพรเทพขับรถด้วยความประมาทนั้นเป็นเรื่องที่พนักงานอัยการฟ้องนายพรเทพกับนายสรายุทธฝ่ายเดียว จำเลยไม่ได้ถูกฟ้องด้วยและเป็นการฟ้องฐานความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก การพิพากษาคดีนี้จึงไม่ต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาดังกล่าว เมื่อฟังว่านายพรเทพมีส่วนขับรถโดยประมาททำให้เกิดเหตุครั้งนี้ โจทก์จึงสมควรให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแต่เพียงบางส่วน พิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3052/2530 บริษัทนาสินประกันภัย จำกัด โจทก์ นายอนันชัย อัศววิมล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทนาสินประกันภัย จำกัด · จำเลย - นายอนันชัย อัศววิมล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายพิณ อินทกาญจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1073/2473ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา