⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3346/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3346/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เด็กสมัครใจเข้าร่วมเล่นที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บ ถือว่าเด็กนั้นมีส่วนเป็นต้นเหตุให้เกิดการละเมิด บิดามารดาไม่ต้องรับผิดในผลละเมิดที่เกิดจากการกระทำของบุตร หากได้ใช้ความระมัดระวังดูแลบุตรตามสมควรแก่หน้าที่แล้ว และการกระทำนั้นเกินกว่าที่บิดามารดาจะคาดคิดหรือควบคุมได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ที่ 2 อายุ 15 ปี จำเลยที่ 1 อายุ 14 ปี ต่างสมัครใจเล่นขว้างปา ก้อนดิน ใส่ กัน ก้อนดิน ถูกตา ซ้าย โจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บดังนี้ เป็นกรณีเกิดจากการเล่นตามวิสัยเด็กโดยโจทก์ที่ 2 สมัครใจเข้าร่วมเล่นด้วย ถือได้ว่าโจทก์ที่ 2 มีส่วนเป็นต้นเหตุให้เกิดการละเมิด ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 นำกระบือไปเลี้ยงห่างหมู่บ้าน 4กิโลเมตร จำเลยที่ 2 ไม่ได้ไปด้วยการเล่นขว้างปา ก้อนดิน เป็นการเล่นธรรมดาทั่วไปที่เด็ก ๆ จะชักชวนและสมัครใจเล่นกันเองตามวิสัยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยรู้ว่าจำเลยที่ 1 เคยเล่นขว้างปา ก้อนดิน กันมาก่อนจึงเกินความคาดคิดที่จำเลยที่ 2 ผู้เป็นบิดาจะควบคุมได้ ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ใช้ความระมัดระวังดูแล จำเลยที่ 1 ตามสมควรแก่หน้าที่แล้ว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.429 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.442

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขว้างปาก้อนดินโดยประมาทถูกตาซ้ายโจทก์ที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัส ตาพิการไม่สามารถมองเห็นได้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบิดาจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดด้วย ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ที่ 2จริง แต่ไม่ถึงพิการ ค่าเสียหายทั้งหมดไม่เกิน 4,000 บาท จำเลยที่ 2ได้ใช้ความระมัดระวังในการดูแลจำเลยที่ 1 ตามสามควรแก่หน้าที่ไม่ต้องร่วมรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินรว 33,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 46,000บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่คู่ความนำสืบมาว่า ขณะเกิดเหตุ โจทก์ที่ 2 อายุ 15 ปี จำเลยที่ 1 อายุ 14 ปี และอยู่หมู่บ้านเดียวกัน วันเกิดเหตุโจทก์ที่ 2 จำเลยที่ 1 และเพื่อนเด็กด้วยกัน 4 คน นำกระบือไปเลี้ยงห่างบ้านประมาณ 4 กิโลเมตรโดยจำเลยที่ 2 อยู่ที่บ้านไม่ได้ไปด้วย ขณะเลี้ยงกระบือได้แบ่งพวกเป็น 2 ฝ่าย เล่นขว้างปาก้อนดินกัน จำเลยที่ 1 โดยประมาทเลินเล่อ ได้ขว้างปาก้อนดินไปถูกตาโจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บ...ประเด็นที่จะวินิจฉัยมีว่า โจทก์ควรจะได้รับค่าเสียหายจากการสูญเสียประสิทธิภาพในการมองเห็น เสียความสามารถในการประกอบการงานเพียงใด จากรายงานการตรวจเอกสารหมาย จ.5 และคำเบิกความของนายแพทย์สมชาย กิตติพงษ์หรรษา ฟังได้ว่า ตามของโจทก์ที่ 2สูญเสียประสิทธิภาพในการมองเห็น 80% คือยังสามารถมองเห็นได้บ้างในระยะ 6 ฟุต หรือมากกว่านี้เล็กน้อย ฝ่ายโจทก์เองก็นำสืบว่า ตาซ้ายของโจทก์ที่ 2 สามารถมองเห็นได้ลาง ๆ และเหตุแห่งการนี้ เกิดจากการเล่นกันตามวิสัยเด็กโดยโจทก์ที่ 2 สมัครใจเข้าไปร่วมเล่นด้วยย่อมต้องระมัดระวังมิให้ก้อนดินที่เล่นขว้างปากันไปถูกตน ถือได้ว่าโจทก์ที่ 2 มีส่วนเป็นต้นเหตุให้เกิดการละเมิดอยู่ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้ค่าเสียหายจากการขาดประสิทธิภาพในการมองเห็นเป็นเงิน 30,000 บาทนั้น เป็นผลดีแก่โจทก์มากอยู่แล้ว ประเด็นที่จะวินิจฉัยต่อไปมีว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบิดาจำเลยที่ 1 จะต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนด้วยหรือไม่ จากการนำสืบของคู่ความได้ความว่าขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 นำกระบือไปเลี้ยงห่างหมู่บ้านถึง 4 กิโลเมตร โดยจำเลยที่ 2 อยู่ที่บ้าน ไม่ได้ไปด้วย การเล่นต่าง ๆ รวมทั้งเล่นขว้างปาก้อนดินจนเกิดเหตุคดีนี้ก็เป็นการเล่นธรรมดาทั่วไปที่เด็ก ๆ จะชักชวนและสมัครใจเล่นกันเองตามวิสัยและไม่ปรากฏจากทางนำสืบของคู่ความว่า จำเลยที่ 2 เคยรู้ว่า ก่อนนี้จำเลยที่ 1 เคยเล่นขว้างปาก้อนดินกันมาแล้ว จะได้ห้ามปรามจำเลยที่ 1ได้ การที่มีการเล่นจนเกิดเหตุคดีนี้ จำเลยที่ 2 มิได้ไปรู้เห็นด้วยในภาวะเช่นนี้จึงเกินความคาดคิดสุดวิสัยที่จำเลยที่ 2 จะไปควบคุมถึง ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ใช้ความระมัดระวังดูแลจำเลยที่ 1 ตามสมควรแก่หน้าที่แล้ว จึงไม่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3346/2530 นาย บุญ ช่วย สา คำ กับพวก โจทก์ เด็ก ชาย ณ รงค์กร วังพิบูล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย บุญ ช่วย สา คำ กับพวก · จำเลย - เด็ก ชาย ณ รงค์กร วังพิบูล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต นราลัย · อภินย์ ปุษปาคม · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8137/2538ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ