⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3417/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3417/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลฎีกามีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดที่ไม่ได้ฎีกาได้ หากข้อเท็จจริงปรากฏตามสำนวนและไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาไปในทางที่เป็นผลร้ายแก่จำเลย.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ ตามฟ้องข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจร ซึ่งแม้โจทก์จะไม่ได้ฎีกาขอให้ลงโทษในความผิดฐานนี้มาด้วย ศาลฎีกาก็มีอำนาจลงโทษจำเลยในฐานรับของโจรได้ตามที่พิจารณาได้ความตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคสาม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 1 คน ซึ่งหลบหนี ได้ร่วมกันลักเอารถจักรยานยนต์จำนวน 1 คัน ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337(1) (7), 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1) (7) จำเลยกระทำความผิดขณะอายุยังไม่เกิน 17 ปีลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนประกอบกับคำเบิกความชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องดังที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แต่โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยได้ร่วมกระทำความผิดดังกล่าวกับคนร้าย ..แต่พยานหลักฐานโจทก์แสดงชัดว่าจำเลยร่วมนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปขายและน่าเชื่อต่อไปด้วยว่าจำเลยทราบดีว่านายไพศาลหรือเฟิสลักรถจักรยานยนต์นั้นมา จำเลยจึงย่อมมีความผิดฐานร่วมรับของโจร ซึ่งแม้โจทก์จะไม่ได้ฎีกาขอให้ลงโทษในความผิดฐานนี้มาด้วย แต่ศาลฎีกาก็มีอำนาจลงโทษจำเลยได้ตามที่พิจารณาได้ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก, 83 จำเลยมีอายุเมื่อนับถึงวันกระทำความผิดยังไม่เกินสิบเจ็ดปี ลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 จำคุก 1 ปี 6 เดือน คำรับของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3417/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด ลพบุรี โจทก์ นาย นิคม สุนทราระชุน หรือ สุนทราชุ น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ลพบุรี · จำเลย - นาย นิคม สุนทราระชุน หรือ สุนทราชุ น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 980/2484ฎีกา 10786/2557ฎีกา 1146/2502ฎีกา 721-722/2491ฎีกา 270/2488ฎีกา 3729/2543ฎีกา 9474/2552ฎีกา 216/2479ฎีกา 1267/2479ฎีกา 2093/2529ฎีกา 212/2487ฎีกา 1727/2498ฎีกา 1716/2524ฎีกา 80/2487ฎีกา 9559/2552ฎีกา 1450/2529ฎีกา 5211/2540ฎีกา 1842/2500ฎีกา 7520/2555ฎีกา 917/2520ฎีกา 6471/2537ฎีกา 3889/2551ฎีกา 357-358/2535ฎีกา 988/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ