คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3511/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โฉนดที่ดินระบุชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ย่อมถือว่าจำเลยมีอำนาจครอบครองโฉนดไว้โดยชอบ โจทก์ไม่มีสิทธิยึดถือหรือติดตามเอาคืนโฉนดที่ดินดังกล่าว.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีสิทธิรับมรดกในที่ดินบางส่วน และต้องการรับมรดก แต่จำเลยไม่ยอมให้โฉนด ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบโฉนดแก่โจทก์ดังนี้ เมื่อโฉนดระบุชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จำเลยจึงมีอำนาจครอบครองโฉนดไว้โดยชอบ โจทก์ไม่มีสิทธิยึดถือหรือเกี่ยวข้อง หรือติดตามเอาคืน หากจำเลยจะได้โต้แย้งสิทธิก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์อันเป็นที่ดิน ซึ่งโจทก์จะต้องพิสูจน์สิทธิตามขั้นตอน กรณีเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน ถือไม่ได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า นายกิ้มและนางชื่นเป็นสามีภริยากัน มีบุตรด้วยกัน 11 คน รวมทั้งโจทก์และจำเลยด้วย เมื่อนายกิ้มถึงแก่กรรมที่ดินส่วนที่เป็นของนายกิ้ม นางชื่นถือกรรมสิทธิ์แทนบุตรทุกคนตลอดมา แล้วนางชื่นโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของตนให้จำเลย ต่อมาจำเลยแบ่งที่ดินแปลงนี้ไปอีกหลายแปลงตามโฉนดเลขที่ 22656 ถึง 22660 ซึ่งมีส่วนของนายกิ้มรวมอยู่ด้วย โฉนดดังกล่าวจำเลยเป็นผู้ยึดถือไว้ โจทก์ต้องการรับมรดกที่ดินเฉพาะส่วนของนายกิ้ม แต่ไม่อาจกระทำได้เพราะจำเลยไม่ยอมให้โฉนด ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยส่งมอบโฉนดแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยได้ครอบครองที่ดินโดยสงบ เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง โจทก์ฟ้องเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์เป็นการไม่ถูกต้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมขอให้ยกฟ้องโจทก์
ในวันชี้สองสถานศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เดิมโฉนดที่ดินมีชื่อนางชื่นเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว ต่อมานางชื่นโอนให้แก่จำเลย และจำเลยได้แบ่งแยกที่ดินออกไปอีกหลายโฉนด กรณีดังกล่าวจำเลยมีอำนาจครอบครองโฉนดไว้โดยชอบ ตามคำฟ้องของโจทก์อ้างว่าโจทก์มีสิทธิรับมรดกบางส่วน แสดงว่าโจทก์ยังไม่มีชื่อในโฉนดและสันนิษฐานไม่ได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและโฉนดที่ดิน ทั้งโฉนดที่ดินเป็นเอกสารสิทธิ์เกี่ยวกับที่ดินระบุชื่อจำเลยเท่านั้นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิยึดถือหรือเกี่ยวข้อง หรือติดตามเอาคืน หากจำเลยจะโต้แย้งสิทธิของโจทก์อย่างไร ก็น่าจะโต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์อันเป็นที่ดินเท่านั้น โจทก์จะต้องพิสูจน์สิทธิตามขั้นตอน กรณีดังกล่าวเกี่ยวกับโฉนดที่ดินถือไม่ได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
พิพากษากลับเป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3511/2530
นาย กุ่ย พงศ์เกษ ม โจทก์
นาย สถิต ย์ พงศ์เกษ ม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย กุ่ย พงศ์เกษ ม · จำเลย - นาย สถิต ย์ พงศ์เกษ ม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา