⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3639/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3639/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำร้ายร่างกายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการปล้นทรัพย์และมีวัตถุประสงค์เพื่อเอาทรัพย์สินเพิ่มเติม ถือเป็นความผิดกรรมเดียวกับการปล้นทรัพย์. แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิง แต่หากข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีการใช้อาวุธปืนในการกระทำความผิด ศาลอาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธได้ แม้จะไม่ได้ระบุรายละเอียดการใช้อาวุธปืนในฟ้องก็ตาม ทั้งนี้ ศาลฎีกาสามารถยกประเด็นนี้ขึ้นวินิจฉัยเองได้เนื่องจากเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกปล้นทรัพย์ผู้เสียหายแล้วพาผู้เสียหายขึ้นรถไปหลังจากนั้นประมาณ 10-25 นาที จำเลยกับพวกจอดรถและทำร้ายผู้เสียหายกับเอาทรัพย์ในตัวผู้เสียหายไปอีก ถือว่าการทำร้ายอยู่ในช่วงแห่งการปล้นทรัพย์เพราะจำเลยกับพวกกำลังพารถยนต์และทรัพย์อื่นที่ปล้นได้ไป และเมื่อทำร้ายแล้วก็ยังเอาทรัพย์จากผู้เสียหายเพิ่มเติมอีก การทำร้ายจึงเป็นความผิดกรรมเดียวกับการปล้นทรัพย์ โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืนและอาวุธอื่น ไม่ได้บรรยายว่าจำเลยกับพวกใช้ปืนยิงด้วย จึงลงโทษจำเลยได้เพียงฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ แม้คู่ความไม่ได้ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้เพราะเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกับพวกมีอาวุธปืน มีดและท่อนเหล็กเป็นอาวุธร่วมกันปล้นรถยนต์และทรัพย์อื่นของผู้เสียหาย และร่วมกันใช้มีดฟันและใช้เหล็กตีทำร้ายผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่า เพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่จำเลยกับพวกได้ปล้นทรัพย์ เพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาและเพื่อปกปิดความ ผิดแต่ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๐, ๘๓, ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒, ๑๔, ๑๕ และให้จำเลยคืนทรัพย์หรือใช้ราคาแก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสี่, ๘๓, และฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๘๐, ๘๓ จำเลยที่ ๑ อายุ ๑๘ ปี จำเลยที่ ๒ อายุ ๑๗ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕, ๗๖ แล้วฐานปล้นทรัพย์ จำคุกคนละ ๘ ปี ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นจำคุกคนละ ๒๕ ปี รวมจำคุกคนละ ๓๓ ปี จำเลยทั้งสองเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานและคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ ๒๒ ปี ให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ของกลางที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษาแก้เป็นยกฟ้องเฉพาะความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๘๐, ๘๓ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า หลังจากปล้นทรัพย์จำเลยกับพวกพาผู้เสียหายขึ้นรถยนต์ที่ปล้นได้ไปประมาณ ๑๐-๒๕ นาที ก็จอดจำเลยกับพวกใช้มีดฟันผู้เสียหายจนสลบโดยมีเจตนาแต่เพียงทำร้าย แล้วถอดรองเท้าผู้เสียหายไปเพื่อถ่วงเวลาให้ติดตามพวกจำเลยลำบาก และวินิจฉัยว่าการทำร้ายผู้เสียหายอยู่ในช่วงแห่งการปล้นทรัพย์เพราะเกิดการทำร้ายขณะจำเลยกับพวกพาเอารถยนต์และทรัพย์อื่นที่ปล้นได้ไป เมื่อทำร้ายแล้วก็ยังเอาทรัพย์จากผู้เสียหายทั้งสองเพิ่มอีก การทำร้ายดังกล่าวจึงไม่เป็นความผิดต่างหากไปจากการปล้นทรัพย์ แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในข้อหาปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคสี่ นั้นเป็นการเกินคำขอที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ เพราะโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืนและอาวุธอื่น ไม่ได้บรรยายว่าจำเลยกับพวกใช้ปืนยิงด้วย จึงคงลงโทษจำเลยได้เพียงฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ แม้คู่ความไม่ได้ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้เพราะเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3639/2530 พนักงานอัยการ จังหวัดขอนแก่น โจทก์ นายกวีพร อ่อนศรี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดขอนแก่น · จำเลย - นายกวีพร อ่อนศรี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ถวิล ทองสว่างรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายสุทธินันท์ เสียมสกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา