⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3710/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3710/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้กัญชาแก่ผู้อื่นยืมไปใช้ปรุงอาหาร ถือเป็นการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมอบกัญชาให้ผู้อื่นยืมไปใช้ปรุงอาหาร ถือได้ว่าเป็นการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ตามความหมายในมาตรา 4 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ย่อมมีความผิดตามมาตรา 75 วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.26 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.75

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเสพกัญชา มีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายกัญชาโดยมิได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๒๖, ๕๗, ๗๕, ๗๖, ๙๒, ๑๐๒ ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อหาเสพกัญชาและมีกัญชาไว้ในครอบครอง แต่ปฏิเสธข้อหามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายกัญชา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๒๖, ๕๗, ๗๖ วรรคแรก, ๙๒ เรียงกระทงลงโทษข้อหาเสพกัญชา จำคุก ๒ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท ข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครองจำคุก ๖ เดือน ปรับ ๒,๐๐๐ บาท รวมจำคุก ๘ เดือนปรับ ๓,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณา ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๔ เดือนปรับ ๑,๕๐๐ บาท รอการลงโทษไว้ ๑ ปี ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ริบของกลางคำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๕ อีกกระทงหนึ่ง จำคุก ๒ ปี ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ ปี ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาทรวมโทษแล้วจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ปรับ ๑๑,๕๐๐ บาท รอการลงโทษไว้ ๒ ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติกทุกสามเดือนครั้งภายในเวลา ๒ ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในเรื่องการไปล่อซื้อกัญชาจากจำเลย แม้นายเคน ทิพย์สีหา พยานโจทก์จะเบิกความในครั้งหลังแตกต่างจากครั้งแรกอยู่บ้างโดยครั้งแรกว่าพยานไปขอซื้อกัญชาจากจำเลย แต่ครั้งหลังเบิกความว่าไปซื้อเชื่อกัญชาจากจำเลย ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะจำเลยนำสืบรับแล้วว่าได้มอบกัญชาให้นายเคนไปจริง ถึงจำเลยจะอ้างว่าเป็นการให้ยืมกัญชาไปใส่ต้มไก่ก็ถือว่าเป็นการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ แล้ว ส่วนกัญชาของกลางอีก ๑ ห่อที่เจ้าหน้าที่ตำรวจค้นพบที่บ้านจำเลย ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าจำเลยมีไว้เพื่อขายหรือจำหน่ายแก่ผู้ใด จึงฟังได้เพียงว่า จำเลยมีไว้เพื่อเสพดังคำรับสารภาพของจำเลย การกระทำของจำเลยมีความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย อย่างไรก็ดีที่จำเลยกระทำผิดเป็นยาเสพติดให้โทษเกี่ยวกับกัญชา นับว่ามีอันตรายน้อยกว่ายาเสพติดให้โทษประเภทอื่นและโทษ ที่จำเลยได้รับก็เหมาะกับความผิดของจำเลยแล้ว จึงไม่จำต้องคุมประพฤติจำเลยอีก ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ต้องคุมประพฤติจำเลยนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3710/2530 พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ นายใบ หรือทองใบ อักษร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด · จำเลย - นายใบ หรือทองใบ อักษร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายประสิทธิ์ สนามชวต · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1846/2544ฎีกา 7092/2542ฎีกา 2581/2548ฎีกา 16116/2555ฎีกา 9275/2544ฎีกา 1313/2523ฎีกา 712/2559ฎีกา 928/2547ฎีกา 2523/2549ฎีกา 6634-6635/2553ฎีกา 3814/2549ฎีกา 9012/2543ฎีกา 3765/2536ฎีกา 2897/2543ฎีกา 3560/2526ฎีกา 5790/2531ฎีกา 4062/2549ฎีกา 2842/2537ฎีกา 1223/2542ฎีกา 8214/2543ฎีกา 5078/2537ฎีกา 7681/2547ฎีกา 1879/2528ฎีกา 2886/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา