⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9012/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9012/2543

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 15, 66 · ป.อาญา ม.80

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งมอบยาเสพติดให้แก่ผู้อื่น แม้ผู้นั้นจะเป็นเจ้าพนักงานตำรวจที่ปลอมตัวมา และยังมิได้มีการชำระเงินค่ายาเสพติด ถือว่าเป็นการจำหน่ายยาเสพติดที่ครบองค์ประกอบความผิดแล้ว

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 นิยามคำว่า "จำหน่าย" หมายความถึง ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ การที่จำเลยส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้เจ้าพนักงานตำรวจตรวจดูโดยไม่รู้ว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ แม้ว่าเจ้าพนักงานตำรวจจะยังมิได้ส่งมอบเงินค่าเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลย การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนแล้ว มิใช่เป็นเพียงความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้โจทก์มิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง แต่ไม่อาจแก้โทษที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย ซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบด้วยมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง จำคุก ๕ ปี คำรับสารภาพของจำเลยชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วย ป.อ. มาตรา ๘๐ จำคุก ๓ ปี ๔ เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี ๒ เดือน ๒๐ วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยและอ้างว่ายึดเมทแอมเฟตามีนได้จำนวน ๗ เม็ด ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยกระทำความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ วินิจฉัยหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอก ส. กับสิบตำรวจตรี ช. ผู้จับกุมเบิกความเป็นพยานว่า ก่อนจับกุม มีสายลับมาแจ้งให้ทราบว่าจำเลยมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด วันเกิดเหตุพยานทั้งสองกับพวกวางแผนล่อซื้อจับกุมโดยให้สิบตำรวจตรี ช. ปลอมตัวไปกับสายลับและนำเงินไปล่อซื้อ ร้อยตำรวจเอก ส. กับพวกซุ่มดูอยู่ห่างจากจุดล่อซื้อประมาณ ๕๐ เมตร บริเวณที่ล่อซื้อเป็นศาลาที่พักริมถนน เห็นจำเลยขับรถจักรยานยนต์มาที่ศาลา สิบตำรวจตรี ช. ขอซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยและล้วงกระเป๋าหยิบธนบัตรออกมานับและขอดูเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย จำเลยส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้สิบตำรวจตรี ช. ดูจำนวน ๗ เม็ด สิบตำรวจตรี ช. จึงเก็บเงินใส่กระเป๋าและแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ โบกมือให้สัญญาณและเข้าจับกุมตัวจำเลย ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ เห็นว่า ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน จุดที่ล่อซื้อและจับกุมเป็นศาลาที่พักริมทาง เชื่อว่าพยานโจทก์ที่ซุ่มดูอยู่น่าจะเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะสิบตำรวจตรี ช. ได้แสดงตัวและจับกุมจำเลยทันทีเมื่อจำเลยส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้ แม้ว่าในชั้นจับกุมจำเลยจะกล่าวอ้างว่ามีการซ้อมทำร้ายร่างกายก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงข้อกล่าวอ้างลอย ๆ ทั้งในชั้นสอบสวนจำเลยก็ให้การรับสารภาพโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า พนักงานสอบสวนจะรู้จักกับจำเลยหรือมีสาเหตุกับจำเลยมาก่อนอันจะเป็นเหตุให้ระแวงสงสัยว่าจะกลั่นแกล้ง อีกทั้งจำเลยเบิกความรับว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้ทำร้ายจำเลย และยินยอมลงชื่อในบันทึกคำรับสารภาพ ข้อเท็จจริงรับฟังเชื่อได้มั่นคงว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจริงตามฟ้อง เพราะตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ นิยามคำว่า "จำหน่าย" หมายความถึง ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ การที่จำเลยส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้เจ้าพนักงานตำรวจตรวจดูโดยไม่รู้ว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ถึงแม้ว่าเจ้าพนักงานตำรวจจะยังมิได้ส่งมอบค่าเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลย แล้วจำเลยก็ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับ การกระทำของจำเลยดังกล่าวย่อมเป็นความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนแล้ว เพราะจำเลยมีเจตนาที่จะจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนอยู่ก่อนแล้ว มิใช่เป็นเพียงความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษา ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้โจทก์มิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง แต่ไม่อาจแก้โทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษามา เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย ซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๑๒ ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9012/2543 พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์ นายวิชิต โพธิ์ทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร · จำเลย - นายวิชิต โพธิ์ทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร สุภาดุลย์ · พิชัย เตโชพิทยากูล · สมชัย เกษชุมพล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยโสธร - นายฤทธิรงค์ สมอุดร · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายวีระศักดิ์ นิศามณี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 628/2493ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2936/2543ฎีกา 11/2539ฎีกา 1165/2537ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551ฎีกา 1141/2506ฎีกา 3310/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา