⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3871/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3871/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 เนื่องจากจำเลยจำต้องกระทำการเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง และการป้องกันนั้นไม่เกินกว่ากรณีแห่งสมรรถภาพแห่งการจำต้องกระทำ.

ย่อคำพิพากษา

เวลาประมาณ 23 นาฬิกาของคืนเกิดเหตุผู้ตายพกมีดปลายแหลมตัวมีดยาวคืบเศษ และเพื่อนผู้ตายถืออาวุธปืนมาร้องเรียกจำเลยให้ออกไปนอกบ้าน ถ้า ไม่ออกไปจะเข้ามาฆ่าจำเลย เมื่อจำเลยไม่ยอมออกไปผู้ตายถีบ ประตูระเบียง บ้านจำเลยอยู่ประมาณ 10 นาทีเพื่อจะพัง เข้ามาทำร้ายจำเลย จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย 1 นัดในระยะห่างกันเพียง3 วา พฤติการณ์ฟังได้ว่าผู้ตายกับพวกมีเจตนาจะเข้ามาทำร้ายจำเลยนับว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยชอบที่จะใช้สิทธิป้องกันตัวได้และการที่จำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงเพียง 1 นัดในทันทีนั้น เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 91พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 5 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 7, 72 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 44ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 6 และสั่งคืนปืนลูกซองของกลางแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 69, 91, 59 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติอาวุปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 6 ลงโทษในข้อหามีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 3,000 บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 1,500 บาท ลงโทษในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา แต่กระทำไปเพื่อป้องกันเกินสมควรแก่เหตุจำคุก 4 ปี คืนปืนของกลางแก่เจ้าของ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แอล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า คืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 23 นาฬิกา ผู้ตายกับพวกได้ไปที่หน้าบ้านจำเลย จำเลยใช้อาวุธปืนลูกซองยิงมา 1 นัดถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดตามโจทก์ฟ้องหรือไม่ ได้ความจากนางอารมย์สวนจันทร์ ภรรยาจำเลยพยานโจทก์ว่า คืนเกิดเหตุพยาน จำเลยและบุตร 5 คนนอนอยู่ที่บ้าน เวลาประมาณ 23 นาฬิกา ได้ยินเสียงผู้ตายมาเรียกให้จำเลยออกไปนอกบ้านผู้ตายร้องขู่ว่าถ้าไม่ออกไปจะเข้ามาฆ่าจำเลย จำเลยไม่ยอมออกไปพบผู้ตาย พยานออกจากห้องนอนมาดูที่ระเบียงและถามผู้ตายว่ามากับใคร ผู้ตายว่ามากับเพื่อนผู้ตายถือขวดเหล้าส่วนเพื่อนผู้ตายยืนถือปืนอยู่ข้างโอ่งน้ำพยานถามว่ามาธุระอะไร ผู้ตายว่าต้องการพบจำเลยเท่านั้น ผู้ตายถีบประตูระเบียงอยู่ประมาณ 10 นาที จำเลยจึงใช้ปืนยิงผู้ตายได้ความจากนายภิญโญ สมสุข ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลขนาบนากอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ท้องที่เกิดเหตุว่า ก่อนเกิดเหตุจำนเลยมาแจ้งความว่านายสมควรญาติผู้ตายได้ฟันต้นกล้วย ต้นมะพร้าวของจำเลยเสียหาย และคืนก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้บุกรุกเข้าไปที่บ้านจำเลยเพื่อจะฆ่าจำเลย ผู้ตายเวลาเมาชอบข่มขู่ชาวบ้าน รูปคดีฟังได้ว่า ก่อนคืนเกิดเหตุผู้ตายเข้าไปที่บ้านจำเลยครั้งหนึ่งแล้วจำเลยซ่อนตัวอยู่ไม่อยมพูด ภรรยาจำเลยแกล้งบอกว่าจำเลยไม่อยู่ผู้ตายจึงกลับไป คืนเกิดเหตุเมื่อผู้ตายกับพวกมาที่หน้าบ้านจำเลยผู้ตายร้องเรียกจำเลยพร้อมทั้งขู่จะฆ่า เมื่อจำเลยไม่ยอมออกไปนอกบ้าน ผู้ตายจึงพังประตูระเบียงเพื่อจะเข้ามาทำร้ายจำเลยขณะนั้นเองจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยินผู้ตาย 1 นัด ถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย ปรากฏว่าผู้ตายพกมีดปลายแหลมเฉพาะตัวมีดยาวคืนเศษและเพื่อนของผู้ตายมีอาวุธปืนมาด้วย เห็นว่า ผู้ตายกับพวกมีอาวุธทั้งมีดและปืน ตามพฤติการณ์ฟังได้ว่าผู้ตายกับพวกมีเจตนาจะเข้ามาทำร้ายจำเลยภรรยาจำเลยขอร้องให้ผู้ตายกลับไปก็ไม่ยอม ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อนเป็นการละเมิดต่อกฎหมาย โดยบุกรุกเข้ามาในบ้านจำเลยในยามวิกาล ได้พยายามพังประตูระเบียงบ้านเข้ามาจะทำร้ายจำเลย เมื่อจำเลยเห็นว่าผู้ตายได้พังประตูและกำลังเข้ามาในบ้าน ขณะนั้นผู้ตายอยู่ห่างจำเลยเพียง 3 วา นับว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงแล้วถ้าปล่อยให้ผู้ตายกับพวกเข้ามาถึงตัวจำเลยจำเลยต้องถูกทำร้ายแน่ จำเลยชอบที่จะใช้สิทธิป้องกันตัวได้และการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเพียง 1 นัดในทันทีนั้น การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3871/2530 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ปากพนัง โจทก์ นาย วิเศษ สวน จันทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ปากพนัง · จำเลย - นาย วิเศษ สวน จันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3045/2526ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1073/2510ฎีกา 625/2518ฎีกา 729/2508ฎีกา 2284/2514ฎีกา 2143/2514ฎีกา 226/2529ฎีกา 5252/2537ฎีกา 4180/2539ฎีกา 3869/2546ฎีกา 415/2509ฎีกา 175/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 602/2529ฎีกา 2423/2533ฎีกา 1309/2513ฎีกา 1893/2533ฎีกา 1944/2514ฎีกา 1165/2537ฎีกา 2494/2520ฎีกา 410/2546ฎีกา 1643/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ