⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3942/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3942/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจะลงโทษผู้ใดในความผิดฐานดำรงชีพจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณีได้นั้น จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าผู้นั้นไม่มีปัจจัยเพียงพอสำหรับดำรงชีพด้วยตนเอง.

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานดำรงชีพจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณีนั้นจะต้องได้ความว่าผู้นั้นไม่มีปัจจัยอันพอเพียง สำหรับดำรงชีพด้วย เมื่อโจทก์ไม่ได้นำสืบถึงความข้อนี้เลย จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ดำรงชีพอยู่จากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณีจะลงโทษจำเลยที่ 1 สำหรับความผิดฐานนี้ไม่ได้และเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาไปถึงจำเลยที่ 2 ที่มิได้ฎีกาให้ไม่ต้องรับโทษได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายอาญา ม.286

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓, ๒๘๖, ๓๐๙, ๓๑๐ พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๔, ๘, ๙, ๑๐ จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๒๘๓, ๒๘๖, ๓๑๐ พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๔, ๘, ๙ ความผิดตามมาตรา ๒๘๓ รวม ๓ กระทง จำคุกกระทงละ ๑๐, ๘, ๑๐ ปี รวม ๒๘ ปี ความผิดตามมาตรา ๓๑๐ รวม ๓ กระทง จำคุกกระทงละ ๒ ปี รวม ๖ ปี ความผิดตามมาตรา ๒๘๖ จำคุกคนละ ๑๐ ปี ความผิดตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี มาตรา ๙ จำคุกคนละ ๖ เดือน รวมลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ๔๔ ปี ๖ เดือน จำเลยที่ ๒ รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๒๒ ปี ๓ เดือน จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๖ ว่า ส่วนข้อหาฐานดำรงชีพจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณี เห็นว่า การที่จะถือว่าผู้ใดกระทำความผิดดังกล่าว จะต้องได้ความว่าผู้นั้นไม่มีปัจจัยอันพอเพียงสำหรับดำรงชีพด้วย ปรากฏว่าโจทก์ไม่ได้นำสืบถึงความข้อนี้เลย ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ดำรงชีพอยู่จากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณี คำฟ้องของโจทก์สำหรับความผิดฐานนี้จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ และกรณีนี้เป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ ๒ ที่ไม่ได้ฎีกาให้ไม่ต้องรับโทษได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดฐานดำรงชีพจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๖ ด้วยรวมโทษทุกกระทงแล้ว จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๓๔ ปี ๖ เดือน จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑๗ ปี ๓ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3942/2530 พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ นางสมร เข็มทอง หรือสมคำเพชร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี · จำเลย - นางสมร เข็มทอง หรือสมคำเพชร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสรี แสงศิลป์ · สุชาติ จิวะชาติ · เสวก จันทร์ผ่อง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายปรีชา นาคพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 927/2490ฎีกา 5414/2536ฎีกา 2499/2543ฎีกา 481/2526ฎีกา 597/2485ฎีกา 1798/2550ฎีกา 996/2497ฎีกา 3948/2566ฎีกา 9/2496ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 6355/2544ฎีกา 5557/2555ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 406/2482ฎีกา 1957/2515ฎีกา 3423/2548ฎีกา 13516/2553ฎีกา 2470/2515ฎีกา 6786/2551ฎีกา 2292/2540ฎีกา 3555/2547ฎีกา 7362/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา