⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 4/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2530

ป.วิ.อาญา ม.192

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดที่ไม่ได้ระบุไว้ในฟ้อง แม้จะเป็นความผิดที่เกิดจากการกระทำเดียวกันและมีบทลงโทษเบากว่า ก็ถือเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำให้คนตายโดยประมาทข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 จะบัญญัติให้ถือว่าเป็นการแตกต่างในรายละเอียดก็ลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาไม่ได้ เพราะเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ต้องห้ามตาม มาตรา 192 วรรคแรก คงลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำให้คนตายโดยประมาทเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๙๑ ฯลฯ และสั่งริบหัวกระสุนปืนของกลาง คืนปืนและกระสุนปืน ๕ นัดแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗๒ วรรคสาม จำคุก ๑ ปี ผิดตามมาตรา ๗๒ ทวิ จำคุก ๑ ปี และผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๐ ปี รวมเป็นจำคุก ๑๒ ปี ลดโทษ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๘ ปี ริบหัวกระสุนปืน อาวุธปืนและกระสุนปืน ๕ นัด คืนเจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ จำคุก ๕ ปี และให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธปืน มาตรา ๗๒ ทวิ จำคุก ๖ เดือน รวมเป็นจำคุก ๖ ปี ๖ เดือน ลดโทษกึ่งหนึ่งตาม มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๓ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยและผู้ตายต่างเมาสุราและโต้เถียงกันก่อน แล้วจำเลยเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า จากข้อเท็จจริงที่ได้ความดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาแต่เนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานทำให้คนตายโดยประมาท แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ จะบัญญัติให้ถือว่าเป็นการแตกต่างในรายละเอียดก็จะลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาไม่ได้ เพราะเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคแรกดังนั้นการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานทำให้คนตายโดยประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ มีกำหนด ๕ ปี จึงนับว่าเป็นคุณแก่จำเลยอยู่แล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2530 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ สิบตำรวจโทอุดม ทราบจังหรีด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - สิบตำรวจโทอุดม ทราบจังหรีด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สง่า ศิลปประสิทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายอานันท์ วรรณโกวิท · ศาลอุทธรณ์ - นายส่งศักดิ์ เปรมวุฒิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 239/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา