⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4191/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4191/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าของที่ดินต้องรับน้ำที่ไหลตามธรรมดาจากที่ดินสูงมาในที่ดินของตน การกระทำใดๆ ที่ขวางทางน้ำธรรมชาติจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ที่ดินข้างเคียง ถือเป็นการละเมิด

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินจำเลยอยู่ทางทิศใต้ติดต่อกับที่ดินโจทก์ และมีสภาพเป็นที่ต่ำกว่าที่ดินโจทก์ มีทางน้ำธรรมชาติกว้าง 3 เมตร ผ่านที่ดินโจทก์ไปสู่ที่ดินจำเลย การที่จำเลยทำคันดินกั้นทางน้ำนั้นแล้วฝัง่อระบายน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 นิ้วไว้แทนในที่ดินจำเลย เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1339 วรรคแรก ที่บัญญัติให้เจ้าของที่ดินจำต้องรับน้ำซึ่งไหลตามธรรมดาจากที่ดินสูงมาในที่ดินของตน เมื่อน้ำท่วมที่ดินโจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากน้ำระบายไม่ทันถือได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยรื้อถอนคันดินกั้นทางน้ำออกและเรียกร้องค่าเสียหายได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นาของจำเลยอยู่ทางทิศใต้ของนาโจทก์มีทางน้ำไหลจากทิศเหนือผ่านนาโจทก์เข้าสู่นาจำเลย จำเลยปิดกั้นทางน้ำไหลในนาจำเลยทำให้น้ำท่วมนาโจทก์เสียหายขอให้จำเลยเปิดคันกั้นน้ำและใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยทำท่อระบายน้ำไว้แล้วไม่ได้ปิดกั้นไม่ให้น้ำไหล และน้ำไม่เคยท่วมนาโจทก์ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยเปิดคันกั้นน้ำ และให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินของจำเลยอยู่ทางทิศใต้ของที่ดินโจทก์ และมีสภาพเป็นที่ต่ำกว่าที่ดินของโจทก์น้ำจึงไหลจากที่ดินโจทก์ลงสู่ที่ดินของจำเลย จำเลยได้ทำคันดินกั้นทางน้ำไหลกว้าง ๓ เมตร แล้วฝังท่อระบายน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๘ นิ้ว ไว้แทนในที่ดินของจำเลย......และทางน้ำไหลดังกล่าวเป็นทางน้ำไหลตามธรรมชาติ.......การที่จำเลยทำคันดินปิดกั้นทางน้ำไหลโดยใช้ท่อระบายน้ำขนาดเล็กเพียงท่อเดียวแทน ทำให้น้ำท่วมที่ดินโจทก์ได้รับความเสียหาย เนื่องจากน้ำระบายไม่ทันการกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๙ วรรคแรก ที่บัญญัติให้เจ้าของที่ดินจำต้องรับน้ำซึ่งไหลธรรมดาจากที่ดินสูงมาในที่ดินของตนรูปคดีจึงฟังได้ว่าจำเลย กระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิบังคับให้จำเลยรื้อถอนคันดินกั้นน้ำออกและเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้ พยานจำเลยที่นำสืบว่าไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ ไม่มีเหตุผลรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้สำหรับค่าเสียหายนั้น จำเลยมิได้ฎีกาโต้เถียงมาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์มานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4191/2530 นายชาลี สอนภักดี โจทก์ นายพัน สิงห์คลี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชาลี สอนภักดี · ล. - นายพัน สิงห์คลี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำนง นิยมวิภาต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม · ศาลอุทธรณ์ - นายตัน เวทไว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา