⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4197/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4197/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หน่วยงานของรัฐที่ขึ้นตรงต่อกระทรวงใด กระทรวงนั้นย่อมต้องร่วมรับผิดในความเสียหายที่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนั้นกระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 76 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ย่อคำพิพากษา

แม้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เป็นส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อการบังคับบัญชาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนั้นเมื่อลูกจ้างของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ปฏิบัติราชการตามหน้าที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นกระทรวงเจ้าสังกัดจึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.76 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๒๔ เวลากลางวันจำเลยที่ ๙ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ เป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาและต้องปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ ตามกฎหมาย ได้รับคำสั่งจากจำเลยที่ ๕ ให้ขับรถยนต์กระบะบรรทุกเล็กคันหมายเลขทะเบียน ๑บ ๐๒๐๔ ไปรับอะไหล่ ณที่ว่าการอำเภอลานสัก จำเลยที่ ๙ ได้ขับรถยนต์กระบะบรรทุกเล็กคันดังกล่าวโดยมีจำเลยที่ ๖ ที่ ๗ ควบคุมดูแลออกจากโครงการก่อสร้าง ถนนทับเสลา ตำบลป่าอ้อ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ไปตามถนนสายหนองฉาง-อุ้มผาง บ่ายโฉมหน้าไปทางตลาดปากเหมือง จำเลยที่ ๙ ขับรถยนต์คันดังกล่าวด้วยความประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้แล่นชนรถจักรยานยนต์คันหมายเลขทะเบียน อ.น.๐๖๕๕๕ ซึ่งนายวรเทพ สิทธิธัญกิจผู้ตายขับขี่เลี้ยวเข้าไปในทางแยกเข้าอำเภอลานสักอย่างแรง รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวล้มลงกับพื้นถนน นายวรเทพผู้ตายตกจากรถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา การที่จำเลยที่ ๙ ขับรถยนต์ด้วยความประมาทเลินเล่อโจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหายเนื่องจากการละเมิดดังกล่าวคิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น ๒๙๙,๗๐๐ บาท ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งเก้าร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายคิดเป็นเงินทั้งสิ้น ๒๙๙,๗๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๒๔ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ และที่ ๘ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๙ ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ และไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งหรือทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยที่ ๙ ได้นำรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ไปใช้โดยพลการจำเลยที่ ๓ ดำรงตำแหน่งปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานี ไม่มีส่วนบังคับบัญชาจำเลยที่ ๔ ถึงที่ ๘ ซึ่งเป็นข้าราชการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม อันเป็นราชการบริหารส่วนกลางจำเลยที่ ๔ ถึงที่ ๘ มาปฏิบัติราชการชั่วคราวยังคงขึ้นตรงต่อสำนักงานการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและเหตุที่เกิดรถชนกันเกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของผู้ตายจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๘ จึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับโจทก์ค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์เรียกมาสูงเกินไป จำเลยที่ ๙ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๙ ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน ๒๗๓,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ทั้งสามพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๒๔ อันเป็นวันทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จคดีสำหรับจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ และที่ ๘ ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๙ ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายจำนวน ๒๐๓,๕๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันละเมิด (วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๒๔) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสาม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๙ เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย และวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นกระทรวงและเป็นนิติบุคคลต่างหากจากจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๙ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ หรือไม่ว่า แม้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จำเลยที่ ๒ จะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำเลยที่ ๑ แต่จำเลยที่ ๒ ก็เป็นส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อการบังคับบัญชาของจำเลยที่ ๑ ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๑๖ ข้อ ๑๓ ที่แก้ไขใหม่แล้วดังนั้นเมื่อจำเลยที่ ๙ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้ปฏิบัติราชการไปตามหน้าที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ กระทรวงเจ้าสังกัดจึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๖ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4197/2530 นางนิยมพร สิทธิธัญกิจ กับพวก โจทก์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนิยมพร สิทธิธัญกิจ กับพวก · จำเลย - กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายสมิทธิ์ โพธิ์พุ่ม · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา