⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4437/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4437/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำละเมิดของลูกจ้างที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ราชการของนายจ้าง ทำให้หน่วยงานต้นสังกัดต้องรับผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายตำรวจใช้จำเลยที่ 1 พนักงานขับรถยนต์ซึ่งอยู่ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 นำรถออกนอกพื้นที่โดยมิได้ขออนุมัติก่อน แม้จะเป็นการฝ่าฝืนระเบียบที่วางไว้ก็ตาม เมื่อฟังได้ว่าการที่จำเลยที่ 2 สั่งให้จำเลยที่ 1 นำรถออกนอกพื้นที่เป็นการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ราชการมิใช่เป็นการไปทำธุระในเรื่องส่วนตัวของจำเลยที่ 2 ดังนั้นเมื่อจำเลยที่ 1 ไปกระทำละเมิด ก็ต้องถือว่าการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 เกิดขึ้นในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการของจำเลยที่ 2 อันเป็นผลให้กรมตำรวจจำเลยที่ 3 ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76 วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.76 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์บรรทุก ๖ ล้อ ตราโล่ ๐๕๓๔๓ ตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ซึ่งร่วมเดินทางไปด้วยเพื่อไปราชการของจำเลยที่ ๓ ขณะที่จำเลยที่ ๑ ขับรถไปตามถนนสายนครพนม - สกลนคร มุ่งหน้าจะกลับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน ถิ่งอำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ถึงระหว่างกิโลเมตรที่ ๙ - ๑๐ ได้ขับรถแซงอย่างกะทันหันในที่คับขัน เพื่อขึ้นหน้ารถยนต์โดยสารซึ่งจอดอยู่ข้างทาง โดยขับแซงขึ้นทางด้านขวาด้วยความเร็วสูงและด้วยความประมาทเป็นเหตุให้รถยนต์ที่จำเลยที่ ๑ ขับชนรถยนต์คันที่นายประยูร ชื่อสงวนสัตย์ ขับสวนทางมาในเส้นทางของตน เป็นเหตุให้นายประยูร ชื่อสงวนสัตย์ ถึงแก่ความตาย และโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส โจทก์ขอคิดค่าเสียหายทั้งหมดเป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแทนกันหรือร่วมกันแก่โจทก์เป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ รับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกรมตำรวจจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ออกคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ ขับรถไปชนรถของนายประยูร ชื่นสงวนสัตย์ จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดในผลละเมิดที่เกิดขึ้น ฟ้องเกี่ยวกับค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องเป็นฟ้องเคลือบคลุม ค่าขาดไร้อุปการะโจทก์เรียกร้องสูงเกินความเป็นจริง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๓ ไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์เหตุเกิดจากความประมาทของผู้ตายและเป็นกรณีสุดวิสัยที่จำเลยที่ ๑ จะหลีกเลี่ยงจากอุบัติเหตุนั้นได้ เหตุมิได้เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ ๑ ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ได้นำรถยนต์ของทางราชการจำเลยที่ ๓ ออกไปใช้โดยพลการ และขับขี่ออกนอกเขตพื้นที่โดยพลการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ ๓ ตามระเบียบราชการ มิได้ใช้รถในราชการของจำเลยที่ ๓ สำหรับค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องสูงเกินไป รวมค่าเสียหายที่โจทก์ควรได้รับไม่เกิน ๖๖,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ ร่วมกันชำระเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่าจำเลยที่ ๓ จะต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการกระทำละเมิดของจำเลยที่ ๑ หรือไม่ รวมทั้งประเด็นเกี่ยวกับจำนวนค่าเสียหาย สำหรับประเด็นแรกซึ่งจำเลยที่ ๓ ฎีกาว่า เหตุมิได้เกิดในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ราชการของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ซึ่งได้นำรถออกนอกเขตพื้นที่โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชานั้น ข้อเท็จจริงที่ฝ่ายจำเลยนำสืบได้ความว่า จำเลยที่ ๒ ซึ่งขณะเกิดเหตุมีตำแหน่งเป็นผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๙ ประจำอยู่เขตอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สั่งให้จำเลยที่ ๑ ขับรถไปจังหวัดสกลนคร เพื่อเยื่ยมผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งประสบอุบัติเหตุและอยู่ที่โรงพยาบาล จังหวัดสกลนคร ในการนี้จำเลยที่ ๒ ได้ทำหนังสือขอนุมัติไปราชการที่จังหวัดสกลนคร แต่ก่อนออกเดินทางจำเลยที่ ๒ ได้รับรายงานว่ามีการลักลอบค้ายาเสพติดให้โทษที่จังหวัดนครพนม จึงได้ให้จำเลยที่ ๑ ขับรถไปที่จังหวัดนครพนมก่อนโดยยังมิได้ขออนุมัติการเดินทาง และระหว่างเดินทางกลับจากจังหวัดนครพนมมาที่จังหวัดสกลนครจึงเกิดเหตุครั้งนี้ พิเคราะห์แล้วไม่ปรากฏจากทางนำสืบของจำเลยที่ ๓ ว่าการที่จำเลยที่ ๒ ออกคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ ขับรถออกนอกเขตพื้นที่และไปประสบเหตุครั้งนี้เป็นเรื่องกิจการส่วนตัวของจำเลยที่ ๒ แต่อย่างใด แม้พันตำรวจโทจรูญ สาครเจริญ พยานจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นประธานการสอบสวนทางวินัยก็เบิกความว่าจำเลยที่ ๒ ได้วิทยุขออนุมัติการเดินทางไปจังหวัดนครพนมและสำหรับระเบียบที่วางไว้เกี่ยวกับการนำยานพาหนะออกนอกเขตพื้นที่นั้น พันตำรวจตรีทองม้าย ชาภูบาลประจำกองกำกับการ ๔ ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการเบิกใช้ยานพาหนะก็เบิกความว่า การนำรถออกนอกพื้นที่โดยไม่ขออนุมัติก่อน เมื่อได้รับอนุมัติในภายหลังก็ถือว่าเป็นการถูกต้งอ อันเท่ากับพยานจำเลยทั้งสองเห็นว่าจำเลยที่ ๒ สั่งให้จำเลยที่ ๑ ขับรถไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการ ดังนั้น แม้การกระทำของจำเลยที่ ๒ สั่งให้จำเลยที่ ๑ นำรถออกนอกพื้นที่โดยมิได้ขอนุมัติก่อนจะเป็นการฝ่าฝืนระเบียบที่วางไว้ เมื่อฟังได้ว่าการที่จำเลยที่ ๒ สั่งให้จำเลยที่ ๑ นำรถออกนอกเขตพื้นที่ไปประสบเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ราชการส่วนหนึ่ง มิใช่เป็นการไปทำธุระในเรื่องส่วนตัวของจำเลยที่ ๒ แล้วกรณีจึงต้องถือว่าการกระทำละเมิดของจำเลยที่ ๑ เกิดขึ้นในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการของจำเลยที่ ๒ อันเป็นผลให้จำเลยที่ ๓ ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๖ วรรคแรก ส่วนประเด็นข้อสุดท้ายเกี่ยวกับจำนวนค่าเสียหาย ซึ่งจำเลยที่ ๓ โต้แย้งว่าสูงเกินไปนั้น พิเคราะห์แล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้ตามจำนวนที่โจทก์เรียกร้องมานั้น เห็นว่าเป็นจำนวนที่เหมาะสมแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาจำเลยที่ ๓ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4437/2530 นางวนิดา ชื่นสงวนสัตย์ โจทก์ จ่าสิบตำรวจทองใบ เหลืองอร่าม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวนิดา ชื่นสงวนสัตย์ · จำเลย - จ่าสิบตำรวจทองใบ เหลืองอร่าม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร ตันตราภรณ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายประกาศ บูรพางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายรุทธ์ ถนอมกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา