⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 583/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับบัญชีระบุพยานของจำเลยเพราะยื่นเกินกำหนด ทำให้จำเลยไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบ ถือเป็นประเด็นที่จำเลยต้องอุทธรณ์ ไม่ใช่เหตุที่จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมาศาลในวันนัดสืบพยานนัดแรก เมื่อสืบพยานโจทก์ได้ 2ปากแล้วโจทก์ขอเลื่อนไปสืบพยานที่เหลือต่อนัดหน้า จำเลยแถลงขอสืบพยานพร้อมพยานโจทก์ด้วย ถึงวันนัดจำเลยไม่มาศาลเช่นนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรค 2 เพราะวันสืบพยานตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(10) หมายถึงวันที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยานอีกทั้งการที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีก็เพราะศาลสั่งไม่รับบัญชีระบุพยานของจำเลยด้วยเหตุที่ยื่นเกินกำหนดตามที่ระบุไว้ใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 ทำให้จำเลยไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบ ดังนี้ เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องอุทธรณ์คดีต่อไป จะร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่ได้กรณีไม่ต้องด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207ที่จะขอพิจารณาคดีใหม่ได้.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยชำระเงินที่จำเลยกู้ยืมไปจากโจทก์คืนเป็นจำนวน 366,250 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15ต่อปีในต้นเงิน 200,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ จำเลยให้การว่าจำเลยไม่เคยกู้เงินโจทก์ขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์นัดแรกได้ 2 ปาก จำเลยมาศาลแล้วโจทก์ขอเลื่อนไปสืบพยานโจทก์ที่เหลือ 1 ปากนัดหน้า จำเลยแถลงขอสืบพยานจำเลยพร้อมพยานโจทก์ด้วยครั้นถึงวันสืบพยานโจทก์จำเลยคงมีแต่ทนายโจทก์มาศาลฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดมาศาลศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ในนัดนี้ได้ 1 ปาก แล้วทนายโจทก์แถลงว่าหมดพยานและศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าสำหรับการสืบพยานจำเลยนั้นเนื่องจากจำเลยได้ยื่นบัญชีพยานเกินกำหนดตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 และศาลได้มีคำสั่งไม่รับบัญชีพยานดังกล่าวแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบและนัดฟังคำพิพากษาต่อมาก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งไต่สวนคำร้องพิจารณาคดีใหม่และอนุญาตให้จำเลยนำพยานเข้าสืบศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะอนุญาตให้ได้และพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ขอให้กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาขอให้กลับคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง และสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ที่จำเลยฎีกาว่าที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตและยกคำร้องของจำเลยที่ขอให้มีคำสั่งไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่และไม่อนุญาตให้จำเลยนำพยานเข้าสืบและพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่าคดีนี้จำเลยเคยขาดนัดยื่นคำให้การแล้วจำเลยได้ยื่นคำร้องขอยื่นคำให้การและในชั้นไต่สวนคำร้อง ศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การได้วันนัดชี้สองสถานจำเลยไม่มาศาลแต่เมื่อนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกจำเลยมาศาลเช่นนี้จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาเพราะวันสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1 (10)หมายความถึงวันที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยานคดีนี้ปรากฏว่าศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์นัดแรกได้ 2 ปาก โจทก์แถลงว่ายังเหลือพยานโจทก์อีก 1 ปาก นัดนี้ไม่มาศาลขอเลื่อนไปสืบพยานโจทก์ที่เหลือนัดหน้าและจำเลยแถลงขอสืบพยานจำเลยพร้อมพยานโจทก์ด้วย ศาลชั้นต้นจึงให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์จำเลยนัดหน้าครั้นถึงวันนัดคงมีแต่ทนายโจทก์มาศาลฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดมาศาล ดังนั้นการที่จำเลยไม่มาศาลในนัดนี้จึงมิใช่เป็นการขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา197 วรรคสอง แต่อย่างใดเพราะจำเลยได้มาศาลในการพิจารณาสืบพยานโจทก์นัดแรกดังกล่าวแล้ว เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าสำหรับการสืบพยานจำเลยนั้นเนื่องจากจำเลยได้ยื่นบัญชีพยานเกินกำหนดตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 88 และศาลได้มีคำสั่งไม่รับบัญชีพยานดังกล่าว จำเลยจึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบแล้วพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีดังนี้จำเลยจะต้องอุทธรณ์ต่อไปจะยื่นคำร้องว่าไม่จงใจขาดนัดขอให้พิจารณาใหม่หาได้ไม่กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 209 ที่จะร้องขอให้พิจารณาใหม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยเสียนั้นชอบแล้ว...' พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 200 บาท แทนโจทก์คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินจาก 200 บาทแก่จำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2530 นายประเสริฐ ชุมรุม โจทก์ นายพาณิชย์ หรือพานิชย์ พิริยกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประเสริฐ ชุมรุม · จำเลย - นายพาณิชย์ หรือพานิชย์ พิริยกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง · สุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4340-4341/2545ฎีกา 1065/2533ฎีกา 3467/2533ฎีกา 4526/2536ฎีกา 1177-1178/2511ฎีกา 1158/2521ฎีกา 2909/2524ฎีกา 369/2524ฎีกา 1195/2512ฎีกา 1069/2527ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1010/2539ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 5882/2541ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4024/2536ฎีกา 5640/2540ฎีกา 324/2503ฎีกา 469/2531ฎีกา 7168/2542ฎีกา 5768/2534ฎีกา 1145/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ