⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 421/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อรอฟังผลคดีอื่น ถือเป็นการเลื่อนการนั่งพิจารณา ไม่ใช่การจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และคดีนั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ย่อคำพิพากษา

คำว่า 'การพิจารณา' ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 1(8) หมายความว่า กระบวนการพิจารณาทั้งหมดในศาลใดศาลหนึ่งก่อนศาลนั้นชี้ขาดตัดสินหรือจำหน่ายคดีโดยคำพิพากษาหรือคำสั่ง และการจำหน่ายคดีนั้นหมายถึง การที่ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 ซึ่งมีผลให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปจากศาลที่มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนั้น การที่คู่ความร้องขอให้ศาลชั้นต้นรอฟังผลของคำพิพากษาในคดีอื่นเพื่ออาศัยเป็นหลักในการชี้ขาดตัดสินคดีนี้เป็นการร้องขอให้ศาลเลื่อนการนั่งพิจารณาไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 39 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนี้ชั่วคราวจึงมีผลเท่ากับมีคำสั่งให้เลื่อนการนั่งพิจารณาไปนั่นเอง หาใช่เป็นการสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 ไม่ คดีจึงยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งให้เริ่มการนั่งพิจารณาต่อไปในวันใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้ดังนั้นโจทก์ย่อมมีสิทธิร้องขอในเวลาใด ๆ ก่อนคำพิพากษาเพื่อให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองอย่างใด ๆ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 และมีสิทธิร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 ได้ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องกับไม้โกงกางในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ ห้ามจำเลยตัดฟันไม้โกงกางในที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายที่ตัดฟันไม้โกงกางไปแล้ว 5,000 บาทแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองตัดฟันไม้โกงกางจริง แต่ที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองไม่ได้ทำละเมิด ขอให้ยกฟ้อง วันนัดสืบพยานโจทก์คู่ความแถลงร่วมกันว่าประเด็นที่ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลย เป็นประเด็นเกี่ยวกับคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 132/2520 ของศาลจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง โจทก์กับพวกเป็นจำเลย ขอให้ถือเอาผลของคำพิพากษาในคดีดังกล่าวเป็นหลักในการตัดสินชี้ขาดคดีนี้โดยคู่ความไม่ติดใจสืบพยานในประเด็นข้อนี้ คงเหลือประเด็นค่าเสียหายเพียงประเด็นเดียว ขอให้ศาลจำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อรอฟังผลคำพิพากษาในคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นเห็นชอบด้วย จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีชั่วคราว เมื่อศาลมีคำพิพากษาในคดีดังกล่าวแล้วเมื่อใด ให้โจทก์แถลงเพื่อยกคดีนี้ขึ้นว่ากล่าวภายในกำหนด 1 เดือน ในระหว่างที่ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีชั่วคราว โจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยทั้งสองได้เข้าไปตัดฟันไม้โกงกางในที่พิพาทอีกประมาณ 10,000 ต้น ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลมีคำสั่งเพื่อคุ้มครองสิทธิของโจทก์ไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาเป็นกรณีฉุกเฉินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254, 266 โดยให้ยึดไม้โกงกางที่จำเลยตัดฟันแล้วและห้ามมิให้จำเลยตัดฟันไม้โกงกางในที่พิพาทอีกต่อไปจนกว่าจะมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาด ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งห้ามจำเลยทั้งสองตัดฟันไม้โกงกางในที่พิพาทจนกว่าจะมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาด และให้ยึดไม้โกงกางที่จำเลยทั้งสองตัดฟันไปแล้วไว้ชั่วคราวโดยด่วน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 1(8) คำว่า "การพิจารณา" หมายความว่า กระบวนพิจารณาทั้งหมดในศาลใดศาลหนึ่งก่อนศาลนั้นชี้ขาดตัดสินหรือจำหน่ายคดีโดยคำพิพากษาหรือคำสั่ง และการจำหน่ายคดีนั้นหมายความถึงการที่ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 ซึ่งมีผลทำให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปจากศาลที่มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนั้น คดีนี้คู่ความร้องขอให้ศาลชั้นต้นรอฟังผลของคำพิพากษาในคดีอื่นเพื่ออาศัยเป็นหลักในการชี้ขาดตัดสินคดีนี้ อันเป็นการร้องขอให้ศาลเลื่อนการนั่งพิจารณาไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 39 ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จำหน่ายคดีชั่วคราว จึงมีผลเท่ากับมีคำสั่งให้เลื่อนการนั่งพิจารณาไปนั่นเอง หาใช่เป็นการสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 แต่อย่างใดไม่ คดีนี้จึงยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นซึ่งศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งให้เริ่มการนั่งพิจารณาต่อไปในวันใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้ เมื่อคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา โจทก์ย่อมมีสิทธิร้องขอให้เวลาใด ๆ ก่อนพิพากษา เพื่อให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองอย่างใด ๆ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 และมีสิทธิร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 ได้ด้วย พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2524 นายแก้ว พุทโธ โจทก์ นางกิมเซ่ง พุ่มไสว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแก้ว พุทโธ · จำเลย - นางกิมเซ่ง พุ่มไสว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2003/2511ฎีกา 3198/2543ฎีกา 357/2516ฎีกา 5149/2554ฎีกา 1504/2511ฎีกา 4574/2539ฎีกา 1002/2529ฎีกา 2762/2544ฎีกา 391/2519ฎีกา 1198/2510ฎีกา 3669/2540ฎีกา 5608/2534ฎีกา 695/2509ฎีกา 4554/2536ฎีกา 10081/2551ฎีกา 1953/2515ฎีกา 4175/2530ฎีกา 4324/2543ฎีกา 4741/2533ฎีกา 672/2514ฎีกา 7105/2540ฎีกา 887/2542ฎีกา 1552/2504ฎีกา 7335/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา