⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 678/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 678/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานบุกรุกสำเร็จลงเมื่อผู้กระทำเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนการกระทำให้เสียทรัพย์ที่เกิดขึ้นภายหลังถือเป็นคนละกรรมต่างหาก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยบุกรุกเข้าบ้านผู้เสียหาย เมื่อคนในบ้านรู้ตัวเรียกจำเลยให้ออกจากห้อง จำเลยกลับพังฝาห้องกระโดดลงจากบ้านหลบหนี ดังนี้การกระทำฐานบุกรุกสำเร็จลงแล้ว ส่วนการกระทำให้เสียทรัพย์เป็นเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจึงเป็นคนละกรรมกัน แม้โจทก์จะมิได้ขอให้เรียงกระทงลงโทษ แต่เมื่อบรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันศาลลงโทษ 2กรรมได้ ไม่เกินคำขอ.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกเข้าไปในเคหสถาน ฐานลักทรัพย์และฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 358, 362, 364 และ 365 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2525 มาตรา 11 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา365 จำคุก 6 เดือนผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358 จำคุก 6 เดือนเรียงกระทงลงโทษรวมจำคุก 1 ปีคำขอโจทก์นอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาโดยมีผู้พิพากษาลงชื่อรับรองว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านผู้เสียหายเมื่อผู้เสียหายและบุตรรู้ตัวเรียกให้จำเลยออกจากห้องจำเลยกลับพังฝาห้องกระโดดลงไปข้างล่างเพื่อหลบหนีถือได้ว่าการกระทำฐานบุกรุกสำเร็จลงแล้วส่วนการกระทำฐานทำให้เสียทรัพย์เป็นการกระทำขึ้นใหม่ภายหลังต่างเวลากันมิได้กระทำโดยเกิดจากกรรมเดียวกันจำเลยย่อมมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อีกกรรมหนึ่งส่วนที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์มิได้ฟ้องขอให้เรียงกระทงลงโทษจะลงโทษจำเลย 2 กระทงเป็นการพิพากษาเกินคำขอนั้น โจทก์บรรยายฟ้องไว้แล้วว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันศาลจึงลงโทษ 2 กรรมได้ไม่เป็นการเกินคำขอดังที่จำเลยฎีกา ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยชอบแล้ว' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 678/2530 พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์ นายอดิสรณ์ ยอดขวัญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี · จำเลย - นายอดิสรณ์ ยอดขวัญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ