คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แก้ไขเวลาลงเวลาปฏิบัติราชการของผู้อื่น แม้จะกระทำไปโดยเจตนา แต่หากการกระทำนั้นไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย ผู้กระทำก็ไม่อาจเป็นผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องผู้อื่นในความผิดดังกล่าวได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยต่างรับราชการครูโรงเรียนเดียวกัน วันเกิดเหตุโจทก์ไปถึงโรงเรียนก่อนจำเลยและลงเวลามาทำงานว่า 8.00 นาฬิกา จำเลยลบเวลาที่โจทก์เขียนไว้ออกแล้วเขียนทับลงไปว่า 7.46 นาฬิกา เป็นการแก้ว่าโจทก์มาทำงานเร็วกว่าเดิม และเวลาที่โจทก์เขียนไว้เดิมกับเวลาที่จำเลยเขียนแก้ต่างยังไม่ถึงเวลาปฏิบัติราชการ การเขียนแก้จึงไม่อาจเป็นการโกงเวลาราชการไม่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ และการแก้ไขเวลาดังกล่าวก็มิใช่การกระทำของโจทก์ โจทก์ไม่อาจถูกลงโทษทางวินัยได้โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 264, 265
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยต่างรับราชการครูโรงเรียนเดียวกันต้องไปถึงโรงเรียนในวันที่ทำการสอนไม่เกิน ๘.๑๕ นาฬิกา เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๒๘ โจทก์ไปถึงโรงเรียนเวลา ๘.๐๐ นาฬิกาโจทก์ลงเวลาและลงลายมือชื่อไว้ในบัญชีลงเวลามาทำงานของข้าราชการครูเป็นอันดับ ๕ จำเลยไปถึงโรงเรียนเป็นอันดับที่ ๖ และใช้ยางลบลบเวลาที่โจทก์เขียน ๘.๐๐ ออก แล้วเขียนตัวเลขทับลงไปว่า ๗.๔๖ โดยพลการ เป็นการแก้ไขเอกสารราชการ ทำให้โจทก์เสียหายเพราะโจทก์จะต้องถูกผู้บังคับบัญชากล่าวหาว่าโจทก์โกงเวลาทำงานของข้าราชการ และจดแจ้งเวลามาทำงานอันเป็นเท็จต่อผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นความผิดทางวินัยขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕
ศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยมิได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เพราะเป็นการแก้ว่าโจทก์มาถึงที่ทำงานเร็วกว่าเดิมและเวลาที่แก้ก็ยังไม่ถึงเวลาราชการตามปกติไม่อาจเป็นการโกงเวลาราชการตามที่โจทก์อ้างไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๔, ๒๖๕ ให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าความผิดฐานปลอมเอกสารนั้นจะต้องปรากฏด้วยว่าน่าจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงการที่จำเลยใช้ยางลบลบเวลาที่โจทก์เขียนเวลามาทำงาน ๘.๐๐ นาฬิกาออกแล้วเขียนตัวเลขทับลงไปใหม่ว่าเวลา ๗.๔๖ นาฬิกาในบัญชีลงเวลามาทำงานของข้าราชการครูนั้นการกระทำของจำเลยเป็นการแก้ไขข้อความในเอกสารแต่การแก้เวลาดังกล่าวเป็นการแก้ว่าโจทก์มาทำงานเร็วกว่าเดิมและเวลาที่โจทก์เขียนไว้เดิมกับเวลาที่จำเลยเขียนแก้ต่างยังไม่ถึงเวลาปฏิบัติราชการการเขียนแก้จึงไม่อาจเป็นการโกงเวลาราชการไม่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์และการแก้ไขเวลาดังกล่าวก็มิใช่การกระทำของโจทก์ โจทก์จึงไม่อาจถูกลงโทษทางวินัยได้ ดังนั้น โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๔, ๒๖๕
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2530
นางสว่างจิต แสงกระจ่าง โจทก์
นางพัชรี กรรณรงค์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสว่างจิต แสงกระจ่าง · จำเลย - นางพัชรี กรรณรงค์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล · สุนทร จันทรศักดิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายธนพจน์ อารยลักษณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา