คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสั่งให้ผู้กระทำผิดจ่ายสินบนนำจับตามกฎหมายการพนัน จะกระทำได้ต่อเมื่อศาลได้ลงโทษปรับผู้กระทำผิดด้วยเท่านั้น.
ย่อคำพิพากษา
ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 15 และพระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2490 มาตรา 3 ถ้าเป็นกรณีที่มีผู้นำจับผู้กระทำผิด ให้พนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับ และให้ศาลสั่งให้ผู้กระทำผิดใช้สินบนแก่ผู้นำจับกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่าปรับด้วย นั้น ศาลจะสั่งให้ผู้กระทำผิดจ่ายสินบนนำจับก็ต่อเมื่อมีการลงโทษปรับด้วย เพราะค่าปรับเป็นเกณฑ์ในการคำนวณว่า ผู้กระทำผิดจะต้องจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับเท่าใด ดังนั้น ในกรณีที่ศาลลงโทษจำคุกจำเลยแต่อย่างเดียว ศาลไม่สั่งให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2490 ม.3 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.3 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.15
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเล่นการพนันสลากกินรวบ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจำเลยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ มีผู้นำเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยโพยสลากกินรวบ ๙๗ แผ่น เงินสด ๔๐๐ บาท เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๐, ๑๒, ๑๕ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๓ ริบของกลาง และสั่งจ่ายสินบนนำจับตามกฎหมาย
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำคุก ๓ เดือน และปรับ ๒,๕๐๐ บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ของกลางริบกับให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ
โจทก์อุทธรณ์ให้ลงโทษจำคุก และปรับให้สูงขึ้น โดยไม่รอการลงโทษให้จำเลย
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลย ๔ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ เดือน คำขอให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับให้ยกเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามที่พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา๑๕ ประกอบกับพระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ บัญญัติไว้ว่า ถ้าเป็นกรณีนำจับผู้กระทำผิด ให้พนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับด้วย และให้ศาลสั่งไว้ในคำพิพากษาให้ผู้กระทำผิด ให้เงินสินบนแก่ผู้นำจับกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่าปรับด้วยอีกโสดหนึ่ง นั้น ศาลจะสั่งให้จำเลยผู้กระทำผิดจ่ายสินบนนำจับก็ต่อเมื่อมีการลงโทษปรับด้วยเพราะค่าปรับเป็นเกณฑ์ในการคำนวณว่า จำเลยจะต้องจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับเท่าใด ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยแต่อย่างเดียวโดยไม่ลงโทษปรับ และไม่สั่งให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2530
พนักงานอัยการ ศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์
นางเพ็กจู แซ่คู จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ศาลแขวงพระนครเหนือ · จำเลย - นางเพ็กจู แซ่คู |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน นนทแก้ว · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - อ่านไม่ออก · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา