⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5819/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5819/2533

พ.ร.บ.การพนัน ม.4, 5, 6 ฯลฯ · ป.อาญา ม.18, 29, 30 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยได้ชำระค่าปรับครบถ้วนแล้ว ย่อมถือว่าพ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้น หากจำเลยกระทำความผิดซ้ำอีกก่อนครบกำหนด 3 ปี นับแต่วันพ้นโทษ ต้องลงโทษทั้งจำทั้งปรับตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การปรับเป็นโทษอย่างหนึ่ง เมื่อศาลลงโทษปรับและมีการชำระค่าปรับครบถ้วนแล้วในวันเวลาใด ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้พ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้ว การที่จำเลยพ้นโทษปรับฐานเล่นการพนันยังไม่ครบกำหนด 3 ปี แล้วมา กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 อีก จึงเข้าหลักเกณฑ์ต้องวางโทษทั้งจำทั้งปรับตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวมาตรา 14 ทวิ อนุมาตรา (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2485 ม.3 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.4 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.5 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.6 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.10 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.12 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.14 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.15

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.18 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานเล่นการพนันอีโปงครอบตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ ริบของกลาง จ่ายเงินสินบนตามกฎหมายและวางโทษทั้งจำทั้งปรับจำเลยที่ ๓ ตามกฎหมายด้วย จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ ๓ รับว่าเคยต้องโทษตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๐, ๑๒, ๑๔ ทวิ, ๑๕ จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ ปรับคนละ ๖๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ของกลางริบ ให้จำเลยทั้งสามจ่ายเงินสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับแก่ผู้นำจับ จำเลยที่ ๓ถูกพิพากษาลงโทษปรับ ๖๐๐ บาท ในคดีก่อนมิใช่โทษจำคุก จึงไม่ถือว่าจำเลยที่ ๓ พ้นโทษในคดีดังกล่าว ไม่อาจลงโทษทั้งจำทั้งปรับได้คำขอนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ให้วางโทษจำเลยที่ ๑ ทั้งจำทั้งปรับ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้วางโทษจำเลยที่ ๓ ทั้งจำทั้งปรับตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา๑๔ ทวิ (๒) พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๘๕ มาตรา ๓ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๓ เคยต้องโทษฐานเล่นการพนันอีโปงครอบศาลพิพากษาปรับ ๖๐๐ บาท จำเลยที่ ๓ พ้นโทษมายังไม่ครบกำหนด ๓ ปีกลับมากระทำผิดในคดีนี้อีก ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าจะวางโทษจำเลยที่ ๓ ทั้งจำทั้งปรับตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา๑๔ ทวิ (๒) ที่แก้ไขแล้วหรือไม่ พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘มาตรา ๑๔ ทวิ ที่แก้ไขแล้วบัญญัติว่า "ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดสามปีกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีก (๑).....(๒) ถ้าโทษซึ่งกำหนดไว้สำหรับความผิดที่กระทำครั้งหลังเป็นโทษจำคุกหรือปรับ ให้วางโทษทั้งจำทั้งปรับ" ศาลฎีกาเห็นว่า การปรับถือเป็นโทษอย่างหนึ่งในจำพวกโทษทั้ง ๕ ชนิด ที่ลงแก่ผู้กระทำผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘(๔) เมื่อศาลลงโทษปรับจำเลยและมีการชำระค่าปรับครบถ้วนแล้วในวันเวลาใดย่อมถือได้ว่าจำเลยได้พ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้ว ฉะนั้น หากจำเลยพ้นโทษปรับแล้วยังไม่ครบกำหนด ๓ ปี มากระทำต่อพระราชบัญญัติการพนันนี้อีก จึงเข้าหลักเกณฑ์ต้องวางโทษทั้งจำทั้งปรับตามวิธีการที่พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๑๔ ทวิ ที่แก้ไขแล้ว บัญญัติไว้ในอนุมาตรา(๐) หรือ (๒) แล้วแต่กรณี ที่ศาลล่างทั้งสองไม่วางโทษทั้งจำทั้งปรับจำเลยที่ ๓ นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า วางโทษจำเลยที่ ๓ ทั้งจำทั้งปรับตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๑๔ ทวิ (๒) ที่แก้ไขแล้วโดยให้จำคุก ๒ เดือน ปรับ ๑,๒๐๐ บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุก ๑ เดือน ปรับ ๖๐๐ บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5819/2533 พนักงานอัยการ ประจำศาลแขวงสุรินทร์ โจทก์ นายเจน พิมพ์ทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาลแขวงสุรินทร์ · จำเลย - นายเจน พิมพ์ทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงสุรินทร์ - นายชูเกียรติ ดิลกแพทย์ · ศาลอุทธรณ์ - หม่อมหลวงเฉลิมชัย เกษมสันต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4/2508ฎีกา 1610/2539ฎีกา 2365/2563ฎีกา 3120/2559ฎีกา 13379/2555ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 4107/2563ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 20504/2556ฎีกา 4022/2558ฎีกา 1891/2500ฎีกา 1089/2559ฎีกา 180/2554ฎีกา 9647/2557ฎีกา 8080/2538ฎีกา 528/2470ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 6416/2541ฎีกา 647/2563ฎีกา 16867/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา