⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1353/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างได้ทำหนังสือสละสิทธิเรียกร้องเงิน สิทธิ หรือประโยชน์อื่นใดจากนายจ้างหลังจากพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างไปแล้ว โดยเป็นไปโดยสมัครใจ ย่อมมีผลผูกพันตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำใบขอรับเงินจำนวนหนึ่งจากจำเลยโดยมีข้อความว่า ไม่ติดใจที่จะเรียกร้องเงิน สิทธิหรือประโยชน์อื่นใดจากจำเลยอีกเมื่อการทำใบขอรับเงินดังกล่าวได้กระทำหลังจากที่โจทก์พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของจำเลยไปแล้ว โจทก์ย่อมมีอิสระแก่ตน พ้นพันธกรณีและอำนาจบังคับบัญชาจากจำเลยโดยสิ้นเชิงการทำเอกสารสละสิทธิตามที่กล่าวข้างต้นจึงเป็นไปตามความสมัครใจโดยแท้จริงการสละสิทธิดังกล่าวมีผลใช้บังคับได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นพนักงานขับรถประจำตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลย จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ทำงานเกินเวลาทำงานปกติวันละ 3 ชั่วโมงต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์แต่มิได้จ่ายค่าล่วงเวลาให้ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาและเงินอื่นให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การต่อสู้หลายประการและตัดฟ้องว่าเมื่อโจทก์ออกจากงานโจทก์ได้ขอรับเงินตามสิทธิและตามกฎหมายจากจำเลย คือสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าล่วงเวลาโดยโจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องเงินสิทธิและประโยชน์อื่นใดจากจำเลยอีกโจทก์ได้รับเงินไปจากจำเลยครบถ้วนแล้ว จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินจากจำเลยอีก ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าใบขอรับเงินเมื่อออกจากงานมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์มีสิทธิฟ้องและเรียกร้องค่าล่วงเวลาจากจำเลยได้ พิพากษาให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลา 30,327.34 บาทพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า 'ค่าล่วงเวลาเกินเวลาทำงานปกตินั้นเป็นเงินที่นายจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 34 แม้ไม่ใช่เป็น 'ค่าจ้าง' ตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 2 แต่ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องเงินประเภทนี้ได้เมื่อถึงกำหนดวันจ่ายตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ถ้านายจ้างและลูกจ้างตกลงกันก่อนเข้าทำงานหรือตกลงกันในขณะทำงานซึ่งสภาพการเป็นนายจ้างลูกจ้างยังคงอยู่ ข้อตกลงเช่นว่านั้นย่อมขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 34 หามีผลใช้บังคับไม่ แต่กรณีนี้หาเป็นเช่นนั้นไม่ โจทก์ทำใบขอรับเงินตามเอกสารหมายเลข 2 ท้ายคำให้การหลังจากที่โจทก์พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของจำเลยไปแล้ว โจทก์ย่อมมีอิสระแก่ตน พ้นพันธกรณีและอำนาจบังคับบัญชาจากจำเลยโดยสิ้นเชิง การทำเอกสารสละสิทธิตามที่กล่าวข้างต้นจึงเป็นไปตามใจสมัครโดยแท้จริง ปราศจากเหตุอันควรวิตกว่าโจทก์กระทำโดยจำเลยข่มให้ทำโดยอำนาจ เหตุนี้ศาลฎีกาเห็นว่าการสละสิทธิเรียกร้องค่าล่วงเวลาเกินเวลาทำงานปกติตามเอกสารหมายเลข 2 ท้ายคำให้การมีผลใช้บังคับโจทก์หามีสิทธิเรียกร้องเงินดังกล่าวไม่ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลาเกินเวลาทำงานปกติอันเป็นเงินจำนวนที่ 1 ตามคำฟ้องศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์จำเลยฟังขึ้น' พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยไม่ต้องชำระค่าล่วงเวลา 30,327.34 บาทแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2531 นาย สำเริง บุญ แจ่ม โจทก์ บริษัท ไฟฟ้า ฟิลิปส์ แห่งประเทศ ไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สำเริง บุญ แจ่ม · จำเลย - บริษัท ไฟฟ้า ฟิลิปส์ แห่งประเทศ ไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 933/2496ฎีกา 1781/2509ฎีกา 608/2471ฎีกา 782/2491ฎีกา 1412/2508ฎีกา 1129/2504ฎีกา 1805/2500ฎีกา 2085/2566ฎีกา 802/2519ฎีกา 1265/2473ฎีกา 414/2481ฎีกา 7717/2538ฎีกา 1256/2493ฎีกา 1663-1664/2529ฎีกา 2551/2544ฎีกา 14144/2553ฎีกา 2240/2568ฎีกา 1569/2505ฎีกา 1362/2496ฎีกา 1188/2480ฎีกา 98/2540ฎีกา 674/2473ฎีกา 108/2485ฎีกา 6829/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา