⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1508/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1508/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลสมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กับอีกฝ่ายจนได้รับบาดเจ็บ ถือเป็นการยอมรับความเสี่ยงและผลเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ตนเอง จึงไม่สามารถอ้างว่าอีกฝ่ายกระทำละเมิดและเรียกร้องค่าเสียหายได้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์สมัครใจวิวาทต่อสู้กับจำเลยจนเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัสเป็นการยอมรับผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ตนเอง ถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้มีดทำร้ายโจทก์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๓๙,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์เคยร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจให้ดำเนินคดีอาญากับจำเลยทั้งสอง คดีดังกล่าวศาลอุทธรณ์พิพากษาถึงที่สุด ขอศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้เงินจำนวน ๘,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน ๖๐๐ บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความทั้งสองศาลรวม ๙๐๐ บาท โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำละเมิดโดยทำร้ายร่างกายโจทก์ได้รับอันตรายสาหัส จึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่ามูลกรณีนี้เป็นเรื่องเดียวกันกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่๒๙๔๒/๒๕๒๕ ของศาลชั้นต้น ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ นายสุพรรณ นามปัญญา โจทก์ร่วม นายพัฒนา ชื่นตา กับพวก จำเลย จึงเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา การพิพากษาคดีส่วนแพ่งจึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ เมื่อศาลอุทธรณ์ซึ่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ฟังข้อเท็จจริงว่า เหตุคดีนี้เกิดขึ้นเพราะมีสาเหตุมาจากจำเลยที่ ๑มีความหึงหวงที่โจทก์ทำชู้กับภรรยาจำเลยที่ ๑ ก่อนเกิดเหตุแล้วภรรยาจำเลยที่ ๑ หนีไปเพราะกลัวว่าจำเลยที่ ๑ จะประจานที่ไปเป็นชู้กับโจทก์และวันเกิดเหตุมารดาของภรรยาจำเลยที่ ๑ มาขนของบุตรสาวกลับ จำเลยที่ ๑ จะต้องโกรธแค้นโจทก์เป็นกำลังเมื่อโจทก์มาพูดจาทำนองจะแต่งงานกับภรรยาจำเลยที่ ๑ จึงเป็นลักษณะยั่วยุให้จำเลยที่ ๑ เกิดโทสะ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ โกรธโจทก์ร่วมจึงได้โต้เถียงและทำร้ายกัน ที่โจทก์โต้เถียงและเกิดวิวาทกับจำเลยที่ ๑ ดังกล่าว ถือได้ว่าโจทก์กับจำเลยทั้งสองสมัครใจวิวาทต่อสู้กันเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัส การที่โจทก์สมัครใจวิวาทต่อสู้กับจำเลยทั้งสองจึงเป็นการยอมรับผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ตนเอง ถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยทั้งสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบด้วยรูปคดีแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๖๐๐ บาท แทนจำเลยทั้งสอง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1508/2531 นายสุพรรณ นามปัญญา โจทก์ นายพัฒนา ชื่นตา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุพรรณ นามปัญญา · จำเลย - นายพัฒนา ชื่นตา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายประเสริฐ เขียนนิลศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา