⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1653/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1653/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะลงโทษจำเลยในความผิดฐานกระทำทารุณโหดร้ายได้นั้น จะต้องมีการบรรยายฟ้องให้ชัดแจ้งว่าจำเลยกระทำความผิดนั้น และเป็นความผิดที่โจทก์ประสงค์จะลงโทษ.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยกระทำทารุณโหดร้าย ตามที่โจทก์ร่วมฎีกา แม้จะได้ความว่าจำเลยกระทำการโดยมี ลักษณะดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม ศาลก็จะลงโทษจำเลยมิได้เพราะ เป็นเรื่องนอกเหนือไปจากที่โจทก์ฟ้องและไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ ประสงค์ให้ลงโทษโจทก์ร่วมจึงฎีกาในข้อดังกล่าวไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองและชิงทรัพย์ของนายอุทัย ดีอ่อง โดยใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงนายอุทัยถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 289, 339, 340 ตรี พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,72 ที่แก้ไขแล้วริบของกลาง คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การว่า จำเลยฆ่าผู้ตายเพราะบันดาลโทสะ รับสารภาพข้อหามีอาวุธปืนและกระสุนปืนแต่ปฏิเสธข้อหาชิงทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 20 ปีตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 จำคุก 2 ปี รวมจำคุก22 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 11 ปี ของกลางริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยกระทำทารุณโหดร้ายนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยกระทำทารุณโหดร้ายอันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(5) ตามที่โจทก์ร่วมฎีกาแม้จะได้ความว่าจำเลยกระทำการโดยมีลักษณะดังกล่าวหรือไม่ก็ตามศาลก็จะลงโทษจำเลยมิได้ เพราะเป็นเรื่องนอกเหนือไปจากที่โจทก์ฟ้องและไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ โจทก์ร่วมจึงฎีกาในข้อนี้ไม่ได้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ สำหรับปัญหาที่ว่าควรกำหนดโทษจำเลยให้สูงขึ้นหรือไม่นั้นเห็นว่า ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288กำหนดโทษเป็นสามสถานคือประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี การที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกจำเลย 20 ปีก่อนลดนับว่าเหมาะสมแก่โทษานุโทษของจำเลยแล้ว เพราะไม่ใช่โทษขั้นต่ำ และโจทก์ร่วมก็ไม่ได้นำสืบให้ปรากฏถึงพฤติการณ์และสาเหตุว่าร้ายกาจรุนแรงมีผลกระทบถึงสาธารณชนมากน้อยเพียงใดหรือไม่ ส่วนปัญหาที่ว่าควรลดโทษให้จำเลยเพียง 1 ใน 3 หรือไม่นั้นเห็นว่าคดีนี้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานมายืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายแม้แต่พยานแวดล้อมใกล้ชิดก็ไม่ปรากฏ โจทก์คงมีแต่นางบุญส่ง รักชาติ ภรรยาผู้ตายที่สงสัยว่าคนร้ายคือจำเลย และติดตามเรื่องให้เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยและโจทก์มีปลอกกระสุนปืนของกลางที่ได้จากที่เกิดเหตุซึ่งพิสูจน์ได้ว่ายิงจากอาวุธปืนของกลางโดยอาวุธปืนของกลางก็ได้มาจากคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลย หาใช่จำเลยจำนนต่อพยานหลักฐานไม่ดังนั้นคำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่ว่าจะเป็นในชั้นสอบสวนหรือในชั้นศาล จึงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลสำหรับคดีนี้เป็นอันมากมีเหตุบรรเทาโทษ ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จึงสมควรแล้ว ไม่มีเหตุจะเปลี่ยนมาเป็นลดโทษเพียง 1 ใน 3 ดังโจทก์ร่วมฎีกา ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมา นั้น ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 72 โดยมิได้ระบุว่าวรรคใดนั้นเห็นสมควรระบุเสียให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะความผิดฐานมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคแรก ที่แก้ไขแล้วนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1653/2531 อัยการ กบินทร์บุ รี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง คำ นาง ดี อ่อง โจทก์ นาย สิทธิ สาร หรือ สุทธิ สาร กอง สิน แก้ว หรือ กอง สิงห์ แก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ กบินทร์บุ รี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง คำ นาง ดี อ่อง · จำเลย - นาย สิทธิ สาร หรือ สุทธิ สาร กอง สิน แก้ว หรือ กอง สิงห์ แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · เสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 1271/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา